หน้าแรก วัตถุมงคล
ร้านวรันณ์ธรจำหน่ายพระเครื่อง เหล็กน้ำพี้ ดาบเหล็กน้ำพี้ มีดเหล็กน้ำพี้ มีดหมอเหล็กน้ำพี้ เหล็กไหล เหล็กไหล7สี ไหลดำ ไหลเขียว ของเสน่ห์ ของเสน่ห์แรงๆ
ของเสน่ห์เขมร แก้วขนเหล็ก แก้วโป่งข่าม เพชรหน้าทั่ง ไม้งิ้วดำ ไม้พญางิ้วดำ ไม้กลายเป็นหิน ข้าวตอกพระร่วง พระเหล็กน้ำพี้ พระแร่เหล็กน้ำพี้ และเครื่องรางของขลังอีกมากมาย
รับสาย เช้า 8.00น.-17.30น.รับสายช่วงเช้า-เย็นโทร
087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061
รับสาย เย็น 17.30น. - 20.00 น. รับสายเฉพาะช่วงเย็นเบอร์นี้ โทร
084-8038208 คุณภัส One2call  ไอดีไลน์ @line55



@line55

ครุฑ พญาครุฑห้อยคอ ตั้งบูชา เปิดบูชารุ่นที่ดีที่สุด พร้อมคาถาประวัติวิธีบูชาพญาครุฑ

พญาครุฑห้อยคอ พญาครุฑตั้งบูชา
            พญาครุฑ ผู้ที่บูชาพญาครุฑ ห้อยพญาครุฑ คาถาพญาครุฑ วิธีบูชาพญาครุฑ มีความเชื่อว่าจะได้รับพลังอำนาจจากพญาครุฑ มีพลังมากมายดังต่อไปนี้ 1.เป็นมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ เป็นสิทธิอำนาจอันเฉียบขาด 2.สามารถลบล้างอาถรรพ์และคุณไสย์ทั้งปวง ภูติผีปิศาจกลัวไม่กล้าเข้าใกล้  3.เป็นสื่อนำความเจริญรุ่งเรือง ยศถาบรรดาศักดิ์มาสู่ชีวิตหน้าที่การงาน  4.ปกป้องคุ้มครอง ป้องกันภัยเป็นคงกระพัน  5.เป็นเมตตามหานิยม 6.นำความร่มเย็นเป็นสุขมาให้  7. ทำมาค้าขายดีเป็นสื่อนำโชคลาภนานาประการ  8. สัตว์ร้าย เขี้ยวงาสารพัด งูเงี้ยวเขี้ยวขอ อสรพิษไม่กล้ากล้ำกรายเข้าใกล้ เพราะเกรงตบะบารมีขององค์พญาครุฑเป็นที่สุด  อำนาจพญาครุฑยังมีมากกว่านี้อีกมาก แล้วแต่ท่านใดจะรู้จักใช้ 

------------------

แบบที่ 1 พญาครุฑ รุ่น รุ่งเรือง อำนาจ บารมี 
พุทธาภิเษก4พ.ย.60
 วัดเขาลังพัฒนา อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

 
สร้างจากมวลสารดีที่สุดมากกว่า 200 ชนิด และผ่านพิธีปลุกเสกจากเกจิชื่อดัง
พญาครุฑห้อยคอรุ่นนี้เป็นรุ่นที่สร้างดีที่สุด มวลสารดี ปลุกเสกดีที่สุดเกจิระดับประเทศไทย

กดดูรายละเอียดพญาครุฑรุ่นนี้
กดดูที่นี่  http://utdid.com/amulet/0001108.html

------------------

แบบที่ 2 กรอบไมคอนล้อมเพชร

บูชา 159 บาท  

หล่อจากทองเหลือง เลี่ยมกรอบไมคอน ล้อมเพชร 

รุ่นนี้ผ่านพิธีปลุกเสก  จากพระอาจารย์แดง วัดเขาลังพัฒนา อ.โคกสำโรง จังหวัดลพบุรี  และ หลวงพ่อทองคำ วัดเจดีย์คีรีวิหาร อ.ลับแลจังหวัดอุตรดิตถ์

กดดูรายละเอียดรุ่นนี้เพิ่มเติม ที่ link นี้ >>> http://utdid.com/amulet/0000924.html

 

------------------
พญาครุฑห้อยคอแบบที่ 3 หล่อจากแร่น้ำพี้
บูชา 159 บาท  พร้อมเลี่ยมกรอบห้อยคอได้ทันที
เนื้อมวลสาร  แร่น้ำพี้ บดเป็นผง นำมาผสมเรซิ่น ใส่บล็อกขึ้นพิมพ์
รุ่นนี้ผ่านพิธีปลุกเสก  จากพระอาจารย์แดง วัดเขาลังพัฒนา อ.โคกสำโรง จังหวัดลพบุรี  และ หลวงพ่อทองคำ วัดเจดีย์คีรีวิหาร อ.ลับแลจังหวัดอุตรดิตถ์
กดดูที่ link >>> http://www.utdid.com/amulet/0000750.html

พญาครุฑจิ๋วรุ่นนี้เป็นแบบที่ลูกค้าส่งมาให้เกือบ2ปีแล้วจำไม่ได้ว่าใคร
หากท่านลูกค้าที่ส่งแบบมาให้ผ่านมาเห็นโปรดโทรติดต่อที่ร้านด้วยทางร้านจะส่งให้ฟรี 20 องค์เป็นการตอบแทน
 
เหรียญ 10 บาท เอาไว้เทียบขนาดพญาครุฑ
 




------------------

แบบที่ 4 หลวงพ่อปานทรงครุฑ
รุ่น กฤษฎาภินิหาร อำนาจ เมตตา แคล้วคลาด ไม่จน บูชา 299 บาท
ด้านหน้า หลวงพ่อปานขี่ครุฑ  ด้านหลัง มีไก่  ปลา  หนุนมาน  เม่น  นก
ความเชื่อ ผู้บูชาหลวงพ่อปาน 
1. พิมพ์ทรงไก่ มีดีทางการทำมาค้าขาย และเมตตามหานิยม 
2.พิมพ์ทรงครุฑ มีดีทางอำนาจราชศักดิ์เหมาะสำหรับข้าราชการชั้นเจ้านาย
3.พิมพ์หนุมาน ดีทางด้านการปกครอง แคล้วคลาด คงกระพัน เหมาะสำหรับข้าราชการตำรวจทหาร
4.พิมพ์ทรงเม่น ดีทางเกษตรกรรม ทำสวน ทำนาหรือนักค้าที่ดิน
5.พิมพ์ทรงปลา โบราณว่าค้าขายทางน้ำช่วยได้จริง
6.พิมพ์นก เสริมความสำเร็จให้คนมีอาชีพทางการสื่อสาร นักพูด นักแสดง นักกฎหมาย นักการทูต และ พ่อค้าที่จำเป็นต้องเดินทางค้าขายอยู่เป็นนิจ

พระปั้มมวลสารแบบลงรัก สีขาวคือรักน้ำเกลี้ยง , สีน้ำตาลคือรักดำทำเก่า  , สีดำคือรักดำทำเก่า  
องค์พระบรรจุมวลสารมากถึง 70 เปอร์เซนต์ต่อองค์ เป็นพระรุ่นที่เน้นมวลสารที่ดีมากที่สุด อกพระบรรจุพระบรมธาตุรวมสันฐานบรรจุเพิ่มให้ฟรี  ราคาบูชาต่อองค์ 299 บาท

รุ่นนี้เป็นรุ่นที่สร้างดีที่สุด  มวลสารศักดิ์สิทธิ์ บรรจุพระธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ และพิธีพุทธาภิเษก ท่านลูกค้ากดดูรายละเอียดมวลสาร และพิธีพุทธาภิเษก 
กดดูที่ link >>> http://utdid.com/amulet/0001115.html
------------------
แบบที่ 5 หลวงพ่อปานแกะหยกทรงครุฑ บูชา 399 บาท
ด้านหน้า หลวงพ่อปาน  ด้านหลัง เรียบ
ปลุกเสกโดยหลวงพ่อทองคำ เจ้าอาวาสวัดเจดีย์คีรีวิหาร อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ 

------------------

เล็บครุฑห้อยคอแบบที่ 6 พญาเล็บครุฑ
บูชา 59 บาทแบบไม่เลี่ยมกรอบ
เนื้อมวลสาร  เป็นผลไม้อาถรรพ์ที่เกิดจากธรรมชาติ มีชื่อว่า เล็บครุฑ 
รุ่นนี้ผ่านพิธีปลุกเสก  จากพระอาจารย์แดง วัดเขาลังพัฒนา อ.โคกสำโรง จังหวัดลพบุรี  และ หลวงพ่อทองคำ วัดเจดีย์คีรีวิหาร อ.ลับแลจังหวัดอุตรดิตถ์
กดดูรายละเอียดรุ่นนี้เพิ่มเติม ที่ link นี้ >>> http://www.utdid.com/amulet/0000942.html

              เล็บครุฑ พญาเล็บครุฑ เครื่องรางผลไม้มหามงคล มหาอำนาจ พญาเล็บครุฑเป็นผลไม้มงคล ขึ้นในป่าลึก มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัว เชื่อกันว่าสามารถป้องกันคุณไสย์ แก้อาถรรพ์มนต์ดำ และจะมีอำนาจวาสนาดุจดั่งพญาครุฑ รับราชการดี ทำกิจการงานรุ่งเรือง เกี่ยวเงินเกี่ยวทองเข้าบ้าน คนส่วนมากนิยมเรียกกันว่า กระจับเงินกระจับทอง ผลเมล็ดไม้มหามงคล มหาอำนาจ เชื่อกันว่าบ้านใครมีพญาเล็บครุฑไว้ภายในบ้าน จะมีอำนาจวาสนาดุจดั่งพญาครุฑทำกิจการงาน รุ่งเรืองเกี่ยวเงินเกี่ยวทองเข้าบ้าน ป้องกันคุณไสย์ สัตว์ร้าย คนโบราณนำใส่ตลับพลาสติกคล้องคอเด็กแรกเกิด ป้องกันไม่ให้เจ็บไข้จากสิ่งลี้ลับ 


พญาเล็บครุฑ บูชาเล็บละ  59 บาท
ใส่กรอบพร้อมห้อยคอ เพิ่มค่ากรอบ 70 บาท + เล็บครุฑ59 =  129 บาท
------------------

พญาครุฑขนาดตั้งบูชา กดดูที่ link นี้  


------------------

ครุฑ หรือ พญาครุฑ สูง 3 นิ้ว
หล่อจากแร่น้ำพี้
ครุฑรุ่นแรกที่สร้างจากแร่น้ำพี้
 มีเฉพาะร้านวรันณ์ธร
จ.อุตรดิตถ์
 
 ภาพพญาครุฑด้านหน้า
 
 ภาพพญาครุฑด้านหลัง
 
 วัดความสูงของพญาครุฑ

 พญาครุฑสีแร่ราคาองค์ละ  239 บาท
พญาครุฑสีเงินสีทองราคาองค์ละ  259 บาท

---------------------------------

ครุฑ หรือ พญาครุฑ สูง 9 นิ้ว

 หล่อจากแร่ศักดิ์สิทธิ์ แร่น้ำพี้ จ.อุตรดิตถ์
  
กว้าง 9 นิ้ว    จากฐานสูง 7 นิ้ว
 
 พญาครุฑ
 พญาครุฑ
 พญาครุฑ
 
 
 
พญาครุฑสีแร่น้ำพี้ (สีน้ำตาล) องค์ละ  459 บาท
 พญาครุฑสีเงิน สีทอง สีนาค องค์ละ  559 บาท
 แบบแต่งสี พญาครุฑ ทำสีพญาครุฑแบบทรงเครื่องครบชุด
องค์ละ 799 บาท (งานฝีมือ)

-----------------------------
พญาครุฑองค์ใหญ่
ปีกกว้าง12นิ้ว สูง 12 นิ้ว
หล่อจากแร่น้ำพี้แร่ศักดิ์สิทธิ์ผสมมวลสาร 9 ชนิด
จังหวัดอุตรดิตถ์
 
 
พญาครุฑองค์ใหญ่
ปีกกว้าง 12 นิ้ว สูง 12 นิ้ว
 
 
 พญาครุฑหล่อจากแร่ศักดิ์สิทธิ์ แร่น้ำพี้ จ.อุตรดิตถ์ แบบนี้ มีให้บูชาเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ร้านวรันณ์ธร จ.อุตรดิตถ์ 
 
 
 
พญาครุฑสีเขียว แต่งทรง ตามแบบที่ท่านลูกค้าจากประเทศมาเลเซียโทรสั่งมา  ท่านลูกค้าต้องการแบบใด แจ้งมาได้เลย ร้านเราเป็นผู้สร้างวัตถุมงคลส่งทั่วประเทศ
 

พญาครุฑแบบที่ลูกค้าสั่ง ทางร้านนำมาให้ท่านอื่นๆดูด้วยหากสนใจก็ทำได้เหมือนกัน
  
 
 
พญาครุฑ องค์สีน้ำตาล (คือสีแร่น้ำพี้ธรรมชาติ)

พญาครุฑสีแร่น้ำพี้ (สีน้ำตาล) องค์ละ  1,200 บาท 
พญาครุฑสีเงิน สีทอง สีนาค าองค์ละ  1,600 บาท 
พญาครุฑทำสีแบบทรงเครื่องครบชุด (งานใช้เวลาเป็นงานฝีมือ) องค์ละ 1,900 บาท


          ตำนานของพญาครุฑ ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เล่าว่าพญาครุฑเป็นบุตรของพระกัศยปมุนีเทพบิดร และนางวินตา พระกัศยปมุนีองค์นี้เป็นฤษีที่มีฤทธิ์เดชมากองค์หนึ่ง และเป็นผู้ให้กำเนิดเทพอีกหลายองค์ในศาสนาพราหมณ์ พระองค์มีชายาหลายองค์ แต่องค์ที่เกี่ยวข้องกับตำนานพญาครุฑนั้น นอกจากนางวินตาแล้ว ยังมีอีกองค์หนึ่งคือ นางกัทรุ ซึ่งเป็นพี่น้องกับนางวินตาและเป็นมารดาของนาคทั้งปวง ทั้งสองนางได้ขอพรให้กำเนิดบุตรจากพระกัศยป โดยนางกัทรุได้ขอพรว่าขอให้มีบุตรจำนวนมาก ซึ่งต่อมาก็ได้ให้กำเนิดนาคหนึ่งพันตัว อาศัยอยู่ในแดนบาดาล ส่วนนางวินตาขอบุตรเพียงสององค์และขอให้ลูกมีอำนาจวาสนา เมื่อนางคลอดบุตรปรากฏว่าออกมาเป็นไข่สองฟอง นางทนรอไม่ไหวว่าบุตรของตนจะมีหน้าตาอย่างไร จึงทุบไข่ออกมาฟองหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นเทพบุตรที่มีกายแค่ครึ่งท่อนบนชื่อ อรุณ อรุณเทพบุตรโกรธมารดาของตนที่ทำให้ตนออกจากใข่ก่อนกำหนด จึงสาปให้มารดาของตนเป็นทาสนางกัทรุ และให้บุตรคนที่สองของนางเป็นผู้ช่วยนางให้พ้นจากความเป็นทาส จากนั้นจึงขึ้นไปเป็นสารถีให้กับพระอาทิตย์หรือสุริยเทพ นางวินตาจึงไม่กล้าทุบไข่ฟองที่สองออกมาดู คงรอให้ถึงกำหนดที่บุตรคนที่สองซึ่งก็คือพญาครุฑออกมาจากไข่เอง อนึ่ง เมื่อพญาครุฑแรกเกิดว่ากันว่า มีร่างกายขยายตัวออกใหญ่โตจนจรดฟ้า ดวงตาเมื่อกระพริบเหมือนฟ้าแลบ เวลาขยับปีกทีใด ขุนเขาก็จะตกใจหนีหายไปพร้อมพระพาย รัศมีที่พวยพุ่งออกจากกายมีลักษณะดั่งไฟไหม้ทั่วสี่ทิศ  ในกาลต่อมา นางกัทรุและนางวินตาได้พนันกันถึงสีของม้าอุไฉศรพที่เกิดคราวกวนเกษียรสมุทร และเป็นสมบัติของพระอินทร์ โดยพนันว่าใครแพ้ต้องเป็นทาสอีกฝ่ายห้าร้อยปี นางวินตาทายว่าม้าสีขาวส่วนนางกัทรุทายว่าสีดำ ซึ่งความจริงม้าเป็นสีขาวดังที่นางวินตาทาย แต่นางกัทรุใช้อุบายให้นาคลูกของตนแปลงเป็นขนสีดำไปแซมอยู่เต็มตัวม้า (บางตำนานว่าให้นาคพ่นพิษใส่ม้าจนเป็นสีดำ) นางวินตาไม่ทราบในอุบายเลยยอมแพ้ ต้องเป็นทาสของนางกัทรุถึงห้าร้อยปี ภายหลังเมื่อครุฑได้ทราบสาเหตุที่มารดาต้องตกเป็นทาสและได้ทราบเงื่อนไขจากพวกนาคว่า ต้องไปเอาน้ำอมฤตให้นาคเสียก่อนจึงจะให้นางวินตาเป็นไท ครุฑจึงบินไปสวรรค์ไปเอาน้ำอมฤตซึ่งอยู่กับพระจันทร์ แล้วคว้าพระจันทร์มาซ่อนไว้ใต้ปีก แต่ถูกพระอินทร์ และทวยเทพติดตามมา และเกิดต่อสู้กันขึ้น ฝ่ายเทวดานั้นไม่อาจเอาชนะได้ โดยเมื่อพระอินทร์ใช้วัชระโจมตีครุฑนั้น ครุฑไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แต่ครุฑก็จำได้ว่าวัชระเป็นอาวุธที่พระอิศวรประทานให้แก่พระอินทร์ จึงสลัดขนของตนให้หล่นลงไปเส้นหนึ่งเพื่อแสดงความเคารพต่อวัชระและรักษาเกียรติของพระอินทร์ผู้ป็นหัวหน้าของเหล่าเทพ ด้านพระวิษณุหรือพระนารายณ์ก็ได้ออกมาขวางครุฑไว้และสู้รบพญาครุฑด้วยเช่นกัน แต่ต่างฝ่ายต่างไม่อาจเอาชนะกันได้ ทั้งสองจึงทำความตกลงยุติศึกต่อกัน โดยพระวิษณุให้พรแก่ครุฑว่าจะให้ครุฑเป็นอมตะและให้อยู่ตำแหน่งสูงกว่าพระองค์ ส่วนครุฑก็ถวายสัญญาว่าจะเป็นพาหนะของพระวิษณุ และเป็นธงครุฑพ่าห์สำหรับปักอยู่บนรถศึกของพระวิษณุอันเป็นที่สูงกว่า เมื่อครุฑได้หม้อน้ำอมฤตนั้น พระอินทร์ได้ตามมาขอคืน ครุฑก็บอกว่าตนต้องรักษาสัตย์ที่จะนำไปให้นาคเพื่อไถ่มารดาให้พ้นจากการเป็นทาส และให้พระอินทร์ตามไปเอาคืนเอง ครุฑจึงเอาน้ำอมฤตไปให้นาคโดยวางไว้บนหญ้าคา (และว่าได้ทำน้ำอมฤตหยดบนหญ้าคา 2-3 หยด ด้วยเหตุนี้ หญ้าคาจึงถือเป็นสิ่งมงคลในทางศาสนาพราหมณ์) ส่วนนาคเมื่อเห็นน้ำอมฤตก็ยินดี จึงยอมปล่อยนางวินตาแม่ครุฑให้เป็นอิสระ ขณะพากันไปสรงน้ำชำระกายเพื่อจะมากินน้ำอมฤตนั่นเอง พระอินทร์ก็นำหม้อน้ำอมฤตกลับไป ทำให้นาคไม่ได้กิน พวกนาคจึงเลียที่ใบหญ้าคาด้วยเชื่อว่าอาจมีหยดน้ำอมฤตหลงเหลืออยู่ ทำให้ใบหญ้าคาบาดกลางลิ้นเป็นทางยาว (เรื่องนี้กลายเป็นที่มาว่าทำไมงูจึงมีลิ้นเป็นสองแฉกสืบมาจนทุกวันนี้) แต่นั้นครุฑกับนาคจึงเป็นศัตรูกันมาโดยตลอด และครุฑนั้นก็จะจับนาคกินเป็นอาหารเสมอ ครุฑมีชายาชื่ออุนนติหรือวินายกา โอรสชื่อ สัมปาติหรือสัมพาที และชฎายุ ตามวรรณคดีพุทธศาสนากล่าวว่าครุฑมีขนาดใหญ่มาก วัดจากปีกข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งได้ 150 โยชน์ เวลากระพือปีกสามารถทำให้เกิดพายุใหญ่ เกิดมืดมนและทำลายบ้านเมืองให้หมดสิ้นไปได้ ที่อยู่ของครุฑเรียกว่า สุบรรณพิภพเป็นวิมานอยู่บนต้นสิมพลีหรือต้นงิ้ว อยู่เชิงเขาพระสุเมรุ
 
พญาครุฑเหมาะสำหรับติดที่หน้าประตูบ้าน หรือ วางหน้าบ้าน หรือวางหน้าร้าน  หน้าสถานที่ทำงาน  หรือเป็นของขวัญให้เจ้านาย ตำรวจ ทหาร ผู้มียศตำแหน่งเหมาะอย่างยิ่ง มีความเชื่อว่าจะทำให้ผู้คน หรือ บ้านที่อยู่อาศัยสถานที่นั้น ผู้คนทั่วไปเห็น เกิดความกลัวเกรง เหมาะสำหรับส่งเสริมบารมีบ้าน ผู้อยู่อาศัย หรือสถานที่นั้นๆเป็นอย่างยิ่ง พระยาครุฑร้านวรันณ์ธร จ.อุตรดิตถ์ หล่อจากแร่เหล็กน้ำพี้ทำให้พระยาครุฑที่หล่อจากแร่เหล็กน้ำพี้มีพลังป้องกัน และล้างอาถรรพ์ต่างๆในสถานที่นั้นๆได้เป็นอย่างดียิ่งขึ้น และเป็นรุ่นแรกของโลกที่หล่อจากแร่เหล็กน้ำพี้ ที่ร้านวรันณ์ธร จ.อุตรดิตถ์การันตีว่าจัดสร้างเป็นรายแรกที่หล่อจากแร่เหล็กน้ำพี้ล้วนๆ
 
คาถาพญาครุฑ
คาถาบทเต็ม
โอม วิรุฬยะ เทวะตา อิทธิโย อัญชะลียายะคุณัง
พิธีปูชิตตะวา อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ ปักการา ปักการะ
กาเรติ สัมผัสโส สัมผัสสะ กายะยานัง
เทวะ มะนุสสานัง อัญชะลียายะ นมัสศิกา ปูชิตตะวา

 
อีกคาถาพญาครุฑ
พระคาถาบูชาพญาครุฑ
ให้ตั้งนะโม ๓ จบ  ตามด้วยพระคาถาดังนี้
คะรุปิจะ กิติมันตัง มะอะอุ 
โอมพญาครุฑ รุจ รุจแล้วรวย 
นะได้เงิน นะได้ทอง นะได้ทรัพย์ 
นะได้บุญบารมี นะมั่นคง นะล้างอาถรรพณ์ 
นะเจริญ นะรุ่งเรือง นะรุ่งโรจน์ นะเมตตา อธิฐามิ
เป็นคาถาบูชาพญาครุฑของหลวงปู่ผาด อภินนฺโท หรือ พระครูมงคลสาธุวัตร วัดไร่


  สนใจสั่งทางไลน์ไอดี @line55  (มี@ด้วย)

หรือคลิกสั่งทางไลน์ ที่นี่ >>>  http://line.me/ti/p/%40line55

หรือโทรตามเบอร์โทรหน้าเว็บนี้ได้ทุกเบอร์

ดูโปรโมชั่นสั่งวัตถุมงคลได้ที่  คลิกที่นี่

------------------
ปลุกเสกโดยหลวงพ่อทองคำ เจ้าอาวาสวัดเจดีย์คีรีวิหาร อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ 


ผ่านพิธีปลุกเสกโดยพระอาจารย์แดง  (เกจิชื่อดังแห่งเมืองลพบุรี)
พระครูสุนทรปรีชากิจ เจ้าอาวาสวัดเขาลังพัฒนา  ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

ภาพ พระอาจารย์แดง เดินทางจากลพบุรี มาร้านวรันณ์ธร และโรงหล่อพระร้านวรันณ์ธร มาปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆของร้านที่ จังหวัดอุตรดิตถ์


ครุฑ (อังกฤษ: Garuda, สันสกฤต: गरुड) เป็นสัตว์กึ่งเทพในปกรณัมอินเดียและปรากฏในวรรณคดีสำคัญหลายเรื่อง เช่น มหากาพย์ มหาภารตะ เล่าว่า ครุฑเป็นพี่น้องกับนาคและทะเลาะกันจนเป็นศัตรู นอกจากนี้ ยังมีคัมภีร์ปุราณะที่ชื่อว่า ครุฑปุราณะ เป็นเรื่องเล่าพญาครุฑ
 
ตามคติไทยโบราณ เชื่อว่าครุฑเป็นพญาแห่งนก และเป็นพาหนะของพระนารายณ์ ปกติอาศัยอยู่ที่วิมานฉิมพลี มีรูปเป็นครึ่งคนครึ่งนกอินทรี ได้รับพรให้เป็นอมตะ ไม่มีอาวุธใดทำลายลงได้ แม้กระทั่งสายฟ้าของพระอินทร์ก็ได้แต่เพียงทำให้ขนของครุฑหลุดร่วงลงมาเพียงเส้นหนึ่งเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ครุฑจึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า "สุบรรณ" ซึ่งหมายถึง "ขนวิเศษ"
ครุฑเป็นสัตว์ใหญ่ มีอานุภาพและพละกำลังมหาศาล แข็งแรง บินได้รวดเร็ว มีสติปัญญาเฉียบแหลม อ่อนน้อมถ่อมตน และมีสัมมาคารวะ
 
ครุฑพอจะแบ่งได้ 5 ประเภทคือ
1.ตัวเป็นคนอย่างธรรมดาทั่ว ๆ ไป แต่มีปีก
2.ตัวเป็นคน หัวเป็นนก
3.ตัวเป็นคน หัวและขาเป็นนก
4.ตัวเป็นนก หัวเป็นคน
5.รูปร่างเหมือนนกทั้งตัว
บารมีแห่งพญาครุฑ
สู่ความเจริญรุ่งเรืองแห่งชีวิต
 
ตำนานพญาครุฑ
ในตำนานเมืองฟ้าป่าหิมพานต์นั้นมีเรื่องราวของสัตว์ที่มีอิทธิฤทธิ์มากมายหลายชนิดเช่น ราชสีห์ คชสีห์ อันมีลำตัวเป็นสิงห์แต่มีศีรษะเป็นช้าง กินรี กินนรและสัตว์แปลก ๆ อีกมากมาย ในบรรดาสัตว์ทั้งหลายนั้นมีสองอย่างที่นับว่าเป็นเทพเดรัจฉานมีฤทธิ์มากคือ หนึ่งเป็นพญานาคราชจ้าวแห่งบาดาล และอีกหนึ่งคือพญาครุฑจ้าวแห่งเวหา
 
นาคและครุฑต่างเป็นสัตว์ที่คู่กันตามตำนาน มีเรื่องราวเล่ากันว่าสัตว์กายสิทธิ์ทั้งสองนี้มีบิดาเดี่ยวกันคือมหาฤาษีกัสยปะเทพบิดรแต่คนละแม่โดยพญาครุฑนั้นมีมารดาเป็นภรรยาหลวง ส่วนนาคนั้นมีแม่เป็นภรรยาคนรอง นางทั้งสองนี้ไม่ถูกกันมีเรื่องกันตลอดจนในที่สุดความผิดใจกันนี้ลามไปถึงลูกของตนด้วย จึงเป็นเหตุให้นาคและครุฑม่ถูกกันในเวลาต่อมา
 
พญานาคนั้นมีวิมานอันเป็นทิพย์อยู่ในบาดาล ส่วนครุฑก็มีวิมานทิพย์อยู่ที่เชิงเขาไกรลาส กล่าวว่าองค์พญาครุฑนั้นมีนามว่าท้าวเวนไตย เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ท้าวสุบรรณ มีกายเป็นรัศมีสีทองมีเดชอำนาจมากที่สุดในหมู่ครุฑทั้งหลายอาศัยเกาะอยู่ตามต้นงิ้ว อาศัยผลงิ้วและน้ำดอกไม้จากต้นงิ้วเป็นอาหารทิพย์ ลูกพญาครุฑจะโตขึ้นนับเวลาอายุเป็นข้างขึ้นข้างแรมตามจันทรคติ เติบโตด้วยบุญกุศลที่เคยทำมา หากลูกครุฑตนใดที่มีบุญญาธิการมามาก อำนาจบุญจะบันดาลให้เกิดผลงิ้วทิพย์และน้ำหวานจากดอกไม้มาบำเรอลูกครุฑตนนั้น ๆ และลูกครุฑตนดังกล่าวจะจำเริญวัยได้อย่างรวดเร็ว
 
ครุฑเป็นสัตว์กึ่งโอปปาติกะ หรือกึ่งพวกกายทิพย์คล้ายชาวลับแลและพวกพญานาคอยู่อีกมิติหนึ่งจากโลกของเรา ผู้ที่จะสามารถพบเห็นครุฑได้ต้องเคยมีบุญร่วมกับพวกเขามาจึงสามารถรับรู้ถึงกันและกันได้ เหมือนกับผู้ที่สามารถติดต่อกับพญานาคได้ก็เช่นกันล้วนต้องเป็นผู้ที่มีวาสนาต่อกันมาตั้งแต่อดีตทั้งนั้นไม่ใช่เรื่องสาธารณะที่จะรู้กันได้ทั่วไปเช่นเรื่องสามัญ
เรื่องของครุฑเป็นเรื่องราวที่มีความอัศจรรย์โลดโผนยิ่งกว่าเรื่องราวของพญานาคเสียด้วยซ้ำไป
 
แต่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้กันเพราะไม่ได้ศึกษาและอาจไม่ค่อยสนใจเท่าใดนัก ความเป็นจริงแล้วเรื่องครุฑเป็นเรื่องที่น่าศึกษามาก เพราะทางฮินดูเขานับถือครุฑว่าเป็นเทพเจ้าสำคัญพระองค์หนึ่ง แม้ในทางไทยเราเอง ทางไสยศาสตร์ก็ให้ความนับถือเกี่ยวกับครุฑนี้มาก ดูอย่างตราแผ่นดินเองก็มีรูปลักษณะเป็นครุฑ จึงน่าสนใจว่า “ครุฑ” นั้นคงมีอานุภาพบางอย่างและน่าจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงในอีกมิติหนึ่งเช่นเดียวกันกับพญานาค ถ้าท่านเชื่อว่าพญานาคมีจริง พญาครุฑก็ย่อมมีจริงเช่นกัน
 
พลังอำนาจที่เทียบเท่า พระผู้เป็นเจ้า
อำนาจของพญาครุฑนั้นท่านว่าลึกลับมากนัก ในตำนานของฮินดูกล่าวว่าตั้งแต่แรกเกิดมานั้นพญาครุฑก็มีรัศมีกายที่สว่างไสวเป็นที่อัศจรรย์ ส่อให้รู้ว่าเป็นผู้ที่มีบุญญาธิการ มีอานุภาพเป็นอเนกอนันต์ มีฤทธิ์วิชาผาดโผนพิสดารทั้งนี้มีเรื่องกล่าวไว้อีกว่าครั้งหนึ่งพญาครุฑเคยลองฤทธิ์กับองค์พระนารายณ์มหาเทพหนึ่งในสามของทางศาสนาพราหมณ์ การรบกันนั้นเป็นที่เลื่องลือไปทั้งสามโลกธาตุ พญาครุฑสามารถต่อสู้ด้วยความสามารถ รบกันไปเท่าใดก็หาแพ้ชนะกันไม่ จนในที่สุดพระนารายณ์และพญาครุฑจึงตกลงกันว่าขอให้เสมอกันในการรบระหว่างเราและท่าน พระนารายณ์อนุญาตให้พญาครุฑสามารถอยู่เหนือเศียรตนได้ และพญาครุฑก็นอบน้อมโดยการยินยอมให้พระนารายณ์สามารถนำตนเป็นพาหนะไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้เช่นกัน
 
จึงถือกันในหมู่ครูบาอาจารย์กันต่โบราณว่า “พญาครุฑ” เป็นเทพเดรัจฉานที่มีอานุภาพอิทธิฤทธิ์เทียบเท่าพระผู้เป็นเจ้าอย่างพระนารายณ์ อานุภาพของครุฑจึงเป็นที่อัศจรรย์ของทั่วโลกธาตุ นอกจากนี้ยังมีประวัติอีกว่ารพระอินทร์เองก็เคยลองฤทธิ์กับพญาครุฑใช้วัชระฟาดพญาครุฑ แต่องค์พญาครุฑเป็นกายสิทธิ์หาได้เป็นอันตรายแต่อย่างใดไม่ พระอินทร์พยายามอยู่หลายทางก็ไม่สามารถทำอันตรายแก่องค์ครุฑได้ จนพระอินทร์มีความเคารพในอานุภาพของพญาครุฑว่ามีฤทธิ์เดชเทียบเท่าพระผู้เป็นเจ้าจริงในที่สุดพญาครุฑจึงได้สลัดขนตนเองออกมาหนึ่งเส้นให้แก่พระอินทร์เพื่อเป็นเกียรติแก่พระอินทร์ด้วยเช่นกัน
 
จะเห็นได้ว่าตามตำนานที่กล่าวมา “พญาครุฑ” เป็นเทพเดรัจฉานที่มีฤทธิ์ที่ไม่ธรรมดา ๆ เลยมีอานภาพมาก ด้วยเหตุนี้ครูบาอาจารย์ที่รู้จักศาสตร์ของครุฑเป็นอย่างดีจึงนำเอาสัญลักษณ์เกี่ยวกับครุฑ รูปครุฑต่าง ๆ มาทำสมาธิบูชาเพื่อให้เกิดอิทธิพลังงานอันลี้ลับ ทั้งนี้เพื่อการปกป้องคุ้มครองบ้าง เพื่อความเจริญรุ่งเรืองบ้าง ดังที่เราจะได้เล่าให้ท่านทราบต่อไป
 
สัญลักษณ์ครุฑ สัญลักษณ์แห่งแผ่นดิน
โดยสรุปจากตำนานแล้วครุฑคือสัตว์หิมพานต์อย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่สัตว์สามัญธรรมดา เพราะพยาครุฑเป็นสัตว์กึ่งเทพ เรียกว่า “เทพเดรัจฉาน” ซึ่งมีอำนาจเทียบเท่าพระผู้เป็นเจ้าเป็นพาหนะของพระนารายณ์อย่างหนึ่งในเมืองไทยเรานับถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นสมมติเทพ เป็นองค์นารายณ์อวตารจึงมีการใช้ธงรูปครุฑ และมีครุฑเป็นสัญลักษณ์ประจำแผ่นดิน สามารถพบเห็นรูปครุฑได้จากเอกสารต่าง ๆ ของทางราชการ และนับว่าเอกสารเหล่านั้นเป็นเอกสารศักดิ์สิทธิ์ หากราชการผู้ที่ทำหน้าที่ผู้ใดมีความสุจริตจงรักภักดีต่อแผ่นดิน องค์พระมหากษัตริย์ และหน้าที่ของตน องค์พญาครุฑก็จะส่งพลังปกป้องให้มีความสุข ความเจริญในหน้าที่
นอกจากนี้ยังมีเกร็ดความเชื่อว่าหากที่ใดมีอาถรรพ์แรงท่านให้นำเอาตราครุฑไปติดจะทำให้อาถรรพ์นั้นเสื่อมสลายไปในที่สุด ตราครุฑล้างอาถรรพ์ได้จึงเป็นที่เชื่อถือกันมาตลอดและได้รับความเคารพบูชาว่าเป็นของสูง เสมือนหนึ่งตัวแทนแห่งองค์พระประมุข ผู้ใดมีสัญลักษณ์ครุฑ รูปครุฑบูชาไว้ย่อมได้อานิสงส์มาก อาทิ มีความเจริญแก่ตัวเองและครอบครัวเป็นต้น ดังนี้แล้วครุฑจึงเป็นของสูงที่เราควรรู้ควรบูชาอย่างหนึ่ง
 
คนโบราณมีความเชื่อสืบกันมาว่า “ครุฑ” นั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง มหาอำนาจ อย่างเด็กผู้ใดที่เกิดมาแล้วมีลักษณะปากคล้ายพญาครุฑท่านว่าคนผู้นั้นจะเป็นผู้มีบุญญาธิการมาเกิด ภายภาคหน้าจะได้เป็นใหญ่เป็นโต สมเด็จเจ้าแตงโม พระสังฆราชพระองค์หนึ่งท่านก็มีลักษณะปากดังครุฑปรากฏว่าเป็นผู้มีปัญญาดี และได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชในที่สุด เรื่องครุฑนี้คนโบราณจึงเชื่อถือกันมาก แม้เครื่องรางที่เกี่ยวกับครุฑก็เป็นเครื่องรางที่มีความหมายมีอานุภาพโดดเด่นหลายประการดงจะได้กล่าวต่อไป
พญาครุฑเครื่องหมายแห่งสิทธิอำนาจและความเป็นมงคล
 
ครุฑนั้นเป็นเครื่องหมายของทางราชการอยู่แล้ว เอกสารทางราชการฉบับใด ๆ ก็ล้วนต้องมีเครื่องหมายพญาครุฑประทับอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น แสดงให้เห็นว่าเป็นเครื่องสำคัญเป็นตราแผ่นดิน เป็นตราของเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ เชื่อว่าหากข้าราชการผู้ใดให้ความเคารพนับถือในองค์พญาครุฑ และซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของตนเอง ข้าราชการผู้นั้นจะมีความสุขความเจริญทั้งชีวิตและหน้าที่การงานสืบไป คุณไสย์อันตรายใด ๆ ก็ไม่สามารถทำอันตรายได้เพราะเครื่องหมายของพญาครุฑนี่สำคัญมากผู้ที่รู้เขาจะไม่ข้ามไม่เหยียบย่ำ ไม่นำไว้ที่ปลายเท้าเลยเพราะเป็นของสูง ของศักดิ์สิทธิ์ หากเคารพนับถือให้ดีอำนาจพญาครุฑที่มีอยู่ในเอกสารราชการจะคุ้มครองผู้นั้นไม่ให้มีวันอับจน แต่คนสมัยนี้ไม่ใคร่เชื่อถือกันเท่าใดนัก เรื่องพญาครุฑจึงดูล้าสมัยไปเสีย ไม่เหมือนในสมัยก่อนที่ไหนว่ากันว่าผีแรง ผีเฮี้ยน เอาตราพญาครุฑไปติดไว้ความอาถรรพ์ของสถานที่นั้น ๆ ก็จะหายไปในทันที
 
อำนาจพญาครุฑ
สิทธิอำนาจพญาครุฑสัตว์กายสิทธิ์ที่ไม่มีผู้ใดสามารถฆ่าให้ตายได้มีอายุยืนเสมือนว่าเป็นอมตะนั้น นับเป็นเรื่องลี้ลับที่ผู้รู้พยายามค้นคว้า และเสาะหาที่มาแห่งพลังอำนาจดังกล่าว จนเกิดการสร้างเครื่องรางต่าง ๆ ขึ้น อำนาจพญาครุฑสามารถจำแนกได้ถึง ๘ ประการ โดยนับเอาอำนาจหลัก ๆ ได้ดังนี้คือ
๑. เป็นมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ เป็นสิทธิอำนาจอันเฉียบขาด
๒. สามารถลบล้างอาถรรพ์และคุณไสย์ทั้งปวง ภูติผีปิศาจกลัวไม่กล้าเข้าใกล้
๓. เป็นสื่อนำความเจริญรุ่งเรือง ยศถาบรรดาศักดิ์มาสู่ชีวิตหน้าที่การงาน
๔. ปกป้องคุ้มครอง ป้องกันภัยเป็นคงกระพัน
๕. เป็นเมตตามหานิยม
๖. นำความร่มเย็นเป็นสุขมาให้
๗. ทำมาค้าขายดีเป็นสื่อนำโชคลาภนานาประการ
๘. สัตว์ร้าย เขี้ยวงาสารพัด งูเงี้ยวเขี้ยวขอ อสรพิษไม่กล้ากล้ำกรายเข้าใกล้ เพราะเกรงตบะบารมีขององค์พญาครุฑเป็นที่สุด
 
อำนาจพญาครุฑยังมีมากกว่านี้อีกมาก แล้วแต่ท่านใดจะรู้จักใช้ ในตำราทางไสยเวทพุทธาคมมีทั้งการใช้ยันต์ครุฑให้ผลดีในทางคงกระพันชาตรี มีนะพญาครุฑใช้ลงตบเข้าหน้าผากเป็นคงกระพันชาตรีกันเขี้ยวงาอสรพิษได้ ทั้งนะพญาครุฑนี้เมื่อประสิทธิ์ลงไปยังตัวคนผู้ใดแล้วยังสามารถทรหดอดทน เดินไกลไม่เหนื่อย เป็นวิชาตัวเบาชั้นยอด และเป็นเมตตามหานิยมชั้นสูงอีกด้วย ยังมีคาถาพญาครุฑซึ่งเมื่อกล่าวพระคาถานี้งูพิษรวมไปจนถึงตะขาบแมงป่องและสัตว์ร้ายต่าง ๆ ทั้งหลายจะหลบหนีไปสิ้นโดยพระคาถาพญาครุฑท่านว่าดังนี้
 
“โอมพญาครุฑจะเห็นผล หลีกไปให้พ้น พญาหนจะเดินทาง เคาะงอ เคาะงอ”
ก่อนว่าพระคาถานี้ให้นมัสการพระรัตนตรัยเสียก่อนด้วยนะโม ๓ จบและท่องพระคาถานี้ก่อนออกเดินทางตั้งสติส่งจิตไปถึงพญาครุฑจะปลอดภัยทุกประการ
 
สักการะให้ถูกวิธี
     การบูชาพญาครุฑประกอบกับพยาปักษาชาติอันมีฤทธิ์ทั้งหลายนั้น ท่านให้สักการะคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จากนั้นให้ตั้งจิตระลึกถึงพญาครุฑท่าน ด้วยการทำสมาธิภาวนาเป็นสื่อถึงองค์พญาครุฑว่า “ครุฑโธ” จนจิตสงบหรือระลึกชื่อ พญาวายุภักษ์ หรือ ท่องคำว่า “การะวิโก” อันเป็นคาถาหัวใจพญาการเวกก็ว่าได้ จากนั้นเมื่อเห็นว่าจิตสงบลงบังเกิดเสียงนกร้องระงม จากบริเวณที่มีนกอยู่ใกล้ ๆ จนบางครั้งอาจมีนกมาบินเวียนวนอยู่เป็นทักษิณาวัตรอย่างน่าอัศจรรย์ หรือมีฝูงนกมาทานอาหารที่เราเซ่นไหว้ อาการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเป็นศุภมงคลอย่างประเสริฐแล้ว สื่อให้เห็นว่าจิตเราพิธีกรรมเราที่ตั้งถึงองค์พญาครุฑและเหล่าพญาปักษาชาติทั้งหลายอันมีฤทธิ์นั้นท่านรับรู้แล้ว และท่านทั้งหลายจะช่วยเหลือเราอย่างสุดวามสามารถโดยตลอด
พญานกกับสมถกรรมฐาน
 
     พญานกอย่างพญาครุฑ พญาวายุภักษ์ พญาครุฑ หรือเอกสารที่มีสัญลักษณ์ของพญาครุฑอยู่เพียงเท่านี้ก็เท่ากับว่าท่านมีความเคารพเป็นการบูชาพญาครุฑอย่างหนึ่งไปในตัวและที่สำคัญคือการเคารพต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นการปฏิบัติบูชาต่อพญาครุฑโดยตรงเชื่อแน่ว่าองค์พญาครุฑที่อยู่ในเครื่องหมายราชการ ย่อมปกปักรักษาท่านอย่างแน่นอน และหากท่านหวังผลอย่างยิ่งในการบูชาก็ลองทำกรรมฐานในข้ออาณาปานสติดูเถิดเชื่อแน่ว่าท่านย่อมสามารถส่งจิตถึงองค์พญาครุฑและเหล่าบรรดาเหล่าปักษาชาติทั้งปวงได้แน่นอนครับ
 
คาถาพญาครุฑ
อะหังครุฑโธ อาคะ โตอัสสะมิ นาคะราเช อัปเปหิ อุทธังนาโค
เหฏโฐ ครุฑ พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สรณังอิติ
หรือ อีกบท
ครุฑโธ ครุฑา ปฏิสวามิ

หรือ อีกบท
โอม วิรุณ ปักสา กะรันกะตา พิธีปูชา อาคัทฉายะ อาคัทฉาหิ เอหิมามา นะโม พุทธายะ

หรือ อีกบท
โอมพญาครุฑจะเห็นผลหลีกไปให้พ้น พญาหนจะเดินทาง เคาะงอ เคาะงอ***
ท่องพระคาถานี้ ก่อนออกเดินทางตั้งสติส่งจิตไปถึงพญาครุฑ
จะปลอดภัยทุกประการ

หรืออีกบท
ตั้งนะโม 3 จบ
คะรุปิจะ กิติมันตัง มะ อะ อุ
โอมพญาครุฑ รุจ รุจ แล้วรวย
นะ ได้เงิน นะ ได้ทอง นะ ได้ทรัพย์
นะ เมตตานะ ล้างอาถรรพ์
นะ เจริญ นะ มั่นคง อธิฐามิ
หรือ อีกบท
ท่อง อะหัง ครุฑราเรนะ 3 คาบ หรือ 9 คาบ
คาถาบูชาแบบย่อ
โอม คะ รุ ทา
คาถาบทเต็ม
โอม วิรุฬยะ เทวะตา อิทธิโย อัญชะลียายะคุณัง
พิธีปูชิตตะวา อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ ปักการา ปักการะ
กาเรติ สัมผัสโส สัมผัสสะ กายะยานัง
เทวะ มะนุสสานัง อัญชะลียายะ นมัสศิกา ปูชิตตะวา
 


@line55