หน้าแรก วัตถุมงคล

ร้านวรันณ์ธรจำหน่ายพระเครื่อง เหล็กน้ำพี้ ดาบเหล็กน้ำพี้ มีดเหล็กน้ำพี้ มีดหมอเหล็กน้ำพี้ เหล็กไหล เหล็กไหล7สี ไหลดำ ไหลเขียว ของเสน่ห์ ของเสน่ห์แรงๆ
ของเสน่ห์เขมร แก้วขนเหล็ก แก้วโป่งข่าม เพชรหน้าทั่ง ไม้งิ้วดำ ไม้พญางิ้วดำ ไม้กลายเป็นหิน ข้าวตอกพระร่วง พระเหล็กน้ำพี้ พระแร่เหล็กน้ำพี้ และเครื่องรางของขลังอีกมากมาย
รับสาย เช้า 8.00น.-17.30น.รับสายช่วงเช้า-เย็นโทร
087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061
รับสาย เย็น 17.30น. - 20.00 น. รับสายเฉพาะช่วงเย็นเบอร์นี้ โทร
084-8038208 คุณภัส One2call

ไอดีไลน์ @line55  คลิกปุ่ม เพิ่มเพื่อน

แจกฟรี พระเครื่อง พระสมเด็จนางพญา รุ่น9มวลสาร ดูรายละเอียด



@line55

แจก พระธาตุพระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวาพระพุทธเจ้า

พระธาตุพระสารีบุตร

              พระธาตุพระสารีบุตร  สัณฐานเป็นปริมณฑลบ้าง  รีเป็นไข่จิ้งจก พรรณขาวสีสังข์  สีพิกุลแห้ง สีหวายตะค้า  พุทธคุณของพระธาตุพระสารีบุตร อำนาจของพระธาตุพระสารีบุตร เขาสามร้อยยอดนั้นมีมากมาย แต่หากจะทำการสรุปอานุภาพพระธาตุสารีบุตรเขาสามร้อยยอดแล้วสามารถสรุปได้ ๙ ข้อด้วยกัน คือ

1.ดีทางร่มเย็นเป็นสุข 
2.ช่วยในการเจริญสมาธิภาวนา เรียกว่าเจริญในธรรม
3.เป็นเมตตามหานิยม ทำให้ผู้ที่พบเห็นเราเกิดความรักใคร่อยากช่วยเหลือแต่ไม่เด่นทางด้านเสน่หา 
4.ดีทางคุ้มครอง เป็นแคล้วคลาด 
5.ดีทางโชคลาภ หินพระธาตุเขาสามาร้อยยอด นำมาพกติดตัวเสมอๆมักได้โชคได้ลาภไม่ขาด
6.ดีทางสมบูรณ์ด้วยสุขภาพพลานามัย ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บมีอายุยืนนาน
7.ดีทางเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานประสบความสำเร็จในชีวิต 
8.หินพระธาตุเขาสามร้อยยอด เป็นหินแห่งญาณทัศนะ ข้อดีในความหมายนี้คือ ผู้ที่พกพาหินพระธาตุเป็นประจำ จะบังเกิดญาณหยั่งรู้ที่พิเศษกว่าปุถุชน สามารถรู้เหตุดีร้อยล่วงหน้า เนื่องจากกระแสญาณบารมีจากเทพเซียนที่รักษาหินนั้นจะคอยสอดญาณหยั่งรู้หรือบันดาลเทพสังหรณ์ให้แก่ผู้นั้น นับเป็นคุณวิเศษอันลี้ลับของหินพระธาตุเขาสามร้อยยอด
9.ค้ำคูณดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำ คนที่รู้ว่าดวงชะตาตนเองไม่ดีหรือชงกับปีนั้นๆ

พระธาตุพระสารีบุตร ที่ออกวรรณะสีขาว

เป็นหินพระธาตุที่มีบารมีธรรมสูงส่งมาก ให้พลังด้านบวกสูง ให้จิตสงบ ร่มเย็นเป็นสุข เย็นใจ มีความเจริญในธรรม มีความก้าวหน้าในสมาธิภาวนา มีพลังแห่งความเมตตาสูง ความพิเศษอยู่ที่พลังบารมีธรรมในตัวหิน ทำให้ผู้ที่มีหินสีขาวไว้บูชา เกิดความเย็นใจ ใจเป็นสมาธิได้เร็ว เจริญเมตตาพรหม-วิหารได้ดี เหมาะแก่ผู้ที่ปฏิบัติธรรมมากที่สุด






พระธาตุพระสารีบุตร ที่ลงตามหนังสือต่างๆ ดังตัวอย่างด้านล่างนี้








ประวัติ พระสารีบุตร เอตทัคคอัครมหาสาวกผู้เลิศทางปัญญา

พระสารีบุตรถือกำเนิดในครรภ์ของนางสารีพราหมณีในบ้านอุปติสสคาม ณ หมู่บ้านนาลกะ (นาลันทะ) ไม่ไกลกรุงราชคฤห์ เดิมชื่อ อุปติสสะ บิดาคือ วังคันตพราหมณ์ มารดาคือ สารีพรามหณี มีน้องชาย ๓ คนชื่อ 
อุปเสนะ (เอตทัคคมหาสาวกผู้นำความเลื่อมใสมาโดยรอบ),
จุนทะ (พระมหาสาวกจุนทะ แต่พระส่วนใหญ่ชอบเรียกท่านว่า สามเณรจุนทะ จนติดปาก), 
เรวตะ (เอตทัคคมหาสาวกเลิศทางผู้อยู่ป่าเป็นวัตร), 
มีน้องสาว ๓ คน นามว่า จาลา, อุปจาลา และสีสุปจาลา ซึ่งต่อมาได้บวชเป็นภิกษุณีและสามารถบรรลุธรรมขั้นสูง เป็นพระอรหันต์ทั้งหมด แม้สหายของท่านคือ พระโมคคัลลานะ ก็ถือกำเนิดในครรภ์ของโมคคัลลีพราหมณีในวันเดียวกัน บ้านโกลิตคาม อันไม่ไกลกรุงราชคฤห์

วัยหนุ่มตอนเป็นคฤหัสถ์
ในกรุงราชคฤห์มีงานมหรสพประจำปีบนยอดเขา ซึ่งมาณพทั้งสองก็นั่งรวมกันดูมหรสพเป็นประจำ จนกระทั่งถึงวันหนึ่ง ท่านทั้งสองเริ่มมีความเบื่อหน่ายในงานมหรสพ ด้วยต่างคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่ควรดูในมหรสพเหล่านี้ เพราะคนทั้งหมด ต่างก็จะล้มหายตายจากกันไป เราควรแสวงธรรมซึ่งเป็นเครื่องหลุดพ้น ดังนี้ ขณะนั้นโกลิตะเห็นเพื่ออุปติสสะใจลอยจึงกล่าวถาม อุปติสสะจึงบอกความในใจ ที่เบื่อหน่ายต่อมหรสพและความต้องการแสวงหาธรรมอันเป็นเครื่องหลุดพ้นแล้วจึงถามกลับบ้าน ซึ่งโกลิตะก็ตอบโดยมีเนื้อความเช่นเดียวกัน เมื่อต่างคนต่างทราบความในใจแล้ว จึงชวนกันไปบวชในสำนักของสัญชัยปริพาชก พร้อมกับมาณพอีก ๕๐๐ คน เมื่อบวชแล้วท่านทั้งสองได้เรียนจบลัทธิของสัญชัยปริพาชกทั้งหมด โดยใช้เวลาเพียง ๒-๓ วันเท่านั้น เมื่อหมดความรู้ที่จะศึกษาแล้ว และยังไม่เห็นถึงธรรม ท่านจึงอำลาและแสวงหาอาจารย์ท่านอื่นๆต่อไป ซึ่งท่านทั้งสองได้ตกลงกันว่า หากใครบรรลุอมตะก่อน ผู้นั้นจงบอกแก่กัน

สมัยนั้น พระอัสสชิเถระหนึ่งในภิกษุปัญจวัคคีย์ ได้ถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์แต่เช้าตรู่ อุปติสสปริพาชกทำภัตกิจแต่เช้ามืดแล้วเดินไปอารามปริพาชก ได้เห็นพระเถระจึงตั้งใจเข้าไปสอบถามคำถามต่างๆ แต่เนื่องจากพระเถระกำลังบิณฑบาตอยู่ จึงติดตามไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงสถานที่แห่งหนึ่ง จึงเข้าไปอุปัฏฐากพระเถระ เมื่อเสร็จจากภัตกิจแล้วจึงได้สนทนาธรรมกัน โดยการสนทนาธรรมในครั้งนี้ทำให้ท่านได้บรรลุธรรมขั้นโสดาบัน เมื่อสอบถามถึงสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านจึงกลับไปตามโกลิตปริพาชก เมื่อท่านได้กล่าวคาถาที่พระเถระได้มอบให้ไว้ โกลิตปริพาชกก็บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันเช่นเดียวกัน ท่านทั้งสองจึงนับถือพระอัสสชิเป็นอาจารย์ และไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่พระเวฬุวัน แต่ก่อนไป ท่านทั้งสองได้ไปชักชวนอาจารย์เก่า คือสัญชัยปริพาชก แต่อาจารย์ท่านปฏิเสธ แต่มีอันเตวาสิก ๒๕๐ คนได้ติดตามไปด้วย

มื่อพระศาสดากำลังทรงแสดงธรรมอยู่ท่ามกลางบริษัท ๔ เห็นชนเหล่านั้นแต่ไกล จึงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า ๒ คนนั้น คือโกลิตะและอุปติสสะกำลังเดินมา ทั้งสองนี้แหละจักเป็นคู่สาวกที่เลิศที่เจริญ ครั้นแล้วทรงขยายพระธรรมเทศนา เนื่องด้วยจริยาแห่งบริษัทของ ๒ สหายนั้น ในครั้งนั้นบรรดาผู้ติดตามทั้งหมดต่างได้บรรลุอรหัตผล ยกเว้นพระอัครสาวกทั้งสอง เมื่อนั้นพระศาสดาจึงประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาให้

การบรรลุธรรม
หลังจากพระสารีบุตรเถระบวชได้ครึ่งเดือน ก็เข้าไปอาศัยอยู่ในถ้ำสุกรขาตากับพระศาสดา กรุงราชคฤห์ ขณะที่พระสารีบุตรถวายงานพัดอยู่นั้น เมื่อพระศาสดาทรงแสดงเวทนาปริคหสูตรแก่ทีฆนขปริพาชก ผู้เป็นหลานของพระสารีบุตร ท่านได้ส่งญาณไปตามกระแสพระสูตร ก็ได้บรรลุถึงที่สุดสาวกบารมีญาณ สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ในวันขึ้น ๑๕ เดือน ๓ เวลาบ่ายในเวลาต่อมา พระศาสดาจึงทรงสถาปนาพระมหาสาวก้ทั้งสองไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะว่า สารีบุตรเป็นยอดของภิกษุสาวกของเราผู้มีปัญญามาก มหาโมคคัลลานะเป็นยอดของภิกษุสาวกของเราผู้มีฤทธิ์มาก แม้ว่าพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะจะเกิดพร้อมกัน แต่ด้วยพระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระโสดาบันก่อน พระผู้มีพระภาคจึงถือให้พระสารีบุตรเป็นผู้พี่ของพระโมคคัลลานะ.

นิพพาน
เมื่อพระสารีบุตรอาพาธ ท่านจึงทูลลาพระพุทธเจ้ากลับไปนิพพานยังบ้านเกิด ก่อนนิพพานท่านได้ทำให้โยมมารดาเปลี่ยนใจ หันมายอมรับนับถือพระพุทธศาสนา โดยแสดงธรรมแก่มารดาจนบรรลุธรรมขั้นโสดาบัน หลังจากท่านนิพพานแล้วพระจุนทะจึงนำพระธาตุของพระสารีบุตรไปถวายพระพุทธเจ้าพระสารีบุตรปรินิพพานก่อนพระพุทธเจ้าประมาณ ๖ เดือน คือ วันเพ็ญ เดือน ๑๒(ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒) เวลาใกล้รุ่ง ที่บ้านตนเอง


แจกเฉพาะผู้ร่วมทำบุญทอดกฐิน

แจกเฉพาะผู้ที่ร่วมทำบุญกฐินร่วมกับร้านวรันณ์ธร เท่านั้น ซึ่งปกติทุกปี ทางร้านวรันณ์ธร จะเป็นเจ้าภาพงานทอดกฐินตามวัดต่างๆจึงอยากให้ท่านลูกค้าได้มีส่วนร่วมทำบุญกับทางร้านเพื่อนำเงินที่ทุกท่านได้ร่วมทำบุญไปร่วมสร้างโบสถ์ ศาลา ซ่อมแซมวัดต่างๆที่ยังขาดปัจจัย  ปี 2560 ร้านวรันณ์ธร 
ได้เป็นเจ้าภาพงานทอดกฐิน ณ วัดบ้านบุ่ง  หมู่ 4 ต.แสนตอ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์  
 ท่านสามารถตรวจสอบกับทางวัดได้ตามชื่อที่ิอยู่ของวัดที่แจ้งไว้
ซึ่งร้านวรันณ์ธรจะเป็นเจ้าภาพในปี 2560 นี้


จึงขอเรียนเชิญท่านลูกค้าที่ประสงค์จะร่วมทำบุญกับทางร้าน
ทำบุญทุก 100 บาท ทางร้านจะมีพระธาตุ 3 ชนิดให้เลือก
  1. จะได้รับพระธาตุพระสารีบุตรจำนวน  1 ซอง 2 องค์ 
 2. โลหิตธาตุพระโมคัลลานเถระ 1 ซองจำนวน 5 องค์
   3. พระสารีริกธาตุเหลืองทองอุไรจำนวน 1 ซอง 5 องค์ 
 แจกให้เฉพาะผู้ร่วมทำบุญทอดกฐินกับทางร้านวรันณ์ธรเท่านั้นเงินทุกบาททางร้านจะนำไปทำบุญทอดกฐินทั้งหมด ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ท่านลูกค้าสามารถส่งชื่อ สกุลผู้ร่วมทำบุญกฐินมาได้ โดยทางร้านจะส่งมอบให้แต่ละวัดตามวัดที่ได้จองไว้ สิ่งที่ร้านเราทำบุญคือความตั้งใจที่จะทำบุญ ท่านที่อยากทำบุญร่วมกับเราเป็นเจ้าภาพงานกฐินที่วัดต่างๆเชิญร่วมทำได้เลย 
(ขอบุญบารมีสิื่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงประทานพรให้ทุกทานประสบความสำเร็จทุกประการด้วยเทอญ)

 สนใจสั่งทางไลน์ไอดี @line55  (มี@ด้วย)

หรือคลิกสั่งทางไลน์ ที่นี่ >>>  http://line.me/ti/p/%40line55

หรือโทรตามเบอร์โทรหน้าเว็บนี้ได้ทุกเบอร์

ดูโปรโมชั่นสั่งวัตถุมงคลได้ที่  คลิกที่นี่






@line55