หน้าแรก / ดูดวงฟรี
ร้านวรันณ์ธรจำหน่ายพระเครื่อง เหล็กน้ำพี้ ดาบเหล็กน้ำพี้ มีดเหล็กน้ำพี้ มีดหมอเหล็กน้ำพี้ เหล็กไหล เหล็กไหล7สี ไหลดำ ไหลเขียว ของเสน่ห์ ของเสน่ห์แรงๆ
ของเสน่ห์เขมร แก้วขนเหล็ก แก้วโป่งข่าม เพชรหน้าทั่ง ไม้งิ้วดำ ไม้พญางิ้วดำ ไม้กลายเป็นหิน ข้าวตอกพระร่วง พระเหล็กน้ำพี้ พระแร่เหล็กน้ำพี้ และเครื่องรางของขลังอีกมากมาย
รับสาย เช้า 8.00น.-17.30น.รับสายช่วงเช้า-เย็นโทร
087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061
รับสาย เย็น 17.30น. - 20.00 น. รับสายเฉพาะช่วงเย็นเบอร์นี้ โทร
084-8038208 คุณภัส One2call  ไอดีไลน์ @line55



@line55

พระท่ากระดาน เปิดบูชาพระท่ากระดาน วิธีบูชาคาถาพระท่ากระดาน สายหลวงปู่หลวงพ่อ

พระท่ากระดาน


               พระท่ากระดานความเชื่อ ผู้บูชาพระท่ากระดาน ห้อยบูชาพระท่ากระดาน มักจะมีอันต้องแคล้วคลาดจากภัยอันตรายอยู่เสมอ ใครทำอะไรไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคน หรือภูติผี หรืออุบัติเหตุต่างๆมักจะแคล้วคลาดจากภัยต่างๆที่ได้พบเจอมีประสบการณ์มากจากผู้บูชาพระท่ากระดาน และอีกเรื่องคือ ผู้บูชาพระท่ากระดานมักจะฟัน แทง ยิงไม่เข้าคงกระพันชาตีจึงเป็นที่แสวงหาห้อยคอบูชายิ่งนัก ทั้งยังสามารถประคองชีวิตผู้บูชาที่ไม่ทำชั่วหมั่นทำความดีไว้ไม่ให้ตกต่ำสำหรับผู้ศรัทธาพระท่ากระดาน พระเบญจภาคีพระยอดขุนพลเนื้อชิน องค์ที่ 3 คือพระท่ากระดาน พระกรุพุทธศิลปะอู่ทองบริสุทธิ์อันงดงามมาก พุทธคุณก็โด่งดังเป็นที่เลื่องลือมาแต่โบราณทั้งแคล้วคลาดและคงกระพันชาตรี จนได้รับการยกย่องให้เป็นพระกรุอันดับหนึ่งของจังหวัดและได้รับฉายา ขุนศึกแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง



               พระท่ากระดานนั้นในสมัยก่อนชาวบ้านมักเรียกกันว่า "พระเกศบิดตาแดง" คงเนื่องด้วยพระท่ากระดานนั้นส่วนมากพระเกศมักจะบิดคดงอไม่ตั้งตรง เนื่องจากเป็นพระเนื้อชินตะกั่วและถูกบรรจุทับถมไว้ในกรุเป็นเวลานาน ส่วนที่เป็นพระเกศจึงคดงอตามที่ถูกกดทับ ส่วนคำว่าตา แดงนั้นก็เนื่องจากองค์พระเป็นเนื้อตะกั่วและมีสนิมแดงจัดเกือบทุกองค์ และที่พระเนตรก็เป็นแบบพระ เนตรเนื้อคือ มีดวงพระ เนตรนูนเด่นเห็นได้ชัด ชาวบ้านในสมัยก่อนจึงตั้งชื่อตามลักษณะเด่นที่เห็น ต่อมาเมื่อคนต่างถิ่นเห็นพระท่ากระดานและรู้ที่มาว่า พบที่ตำบลท่ากระดาน กาญจนบุรี จึงเรียกกันใหม่ว่า "พระท่ากระดาน" ตามชื่อตำบลที่พบพระนั้น

คาถาบูชาพระท่ากระดาน
ตั้งนะโมสามจบ นะ มะ ยะ พะ ทะ นุ มุ ยุ พุ ทุ นิง มิง
 ยิง พิง ทิง นัง มัง ยัง พัง ทัง

------------------------
พระท่ากระดาน รุ่น แคล้วคลาด หนุนชีวิตไม่ตกต่ำ
               พระท่ากระดานขนาดห้อยคอที่ออกแบบสวยที่สุด ขนาดเหมาะในการห้อยคอที่สุด มีเนื้อทองแดง และเนื้อชินตะกั่ว สองเนื้อนี้เป็นเนื้อที่การันตีจากเกจิอาจารย์ผู้เสกวัตถุมงคลว่าการอธิฐานจิต การเสก เนื้อโลหะที่เป็นทองแดง หรือตะกั่ว พลังจะเข้าไปมากเนื้อชนิดอื่น การปลุกเสก ปลุกเสกวันที่ 13/ก.ค./2562 เวลา 13.17 น. เริ่มอธิฐานจิตเดี่ยวที่พระอุโบสถ วัดแนวคีรี ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เกิดเหตุอัศจรรย์พระอาทิตย์ทรงกลด เทพ เทวดา พญานาคร่วมพิธีทำการปลุกเสกด้วย ทางร้านจึงการันตีรุ่นนี้ ห้อยคอดีที่สุด

 

ขณะเริ่มพิธีปลุกเสก วันที่ 13/ก.ค./62 เวลา 13.17 น. หลวงพ่อทองคำอธิฐานจิตปลุกเสก
พระเครื่อง ต่างๆหลายรุ่นของร้านวรันณ์ธร เกิดเหตุอัศจรรย์ พระอาทิตย์ทรงกลด
เหนือพระอุโบสถวัดแนวคีรี ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 



ระหว่างที่พระอาทิตย์ทรงกลด เกิดก้อนเมฆก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างเทวดา และพญานาค
 เคลื่อนที่มาตรงกลางพระอาทิตย์ทรงกลดที่อยู่เหนือพระอุโบสถ 
วัดแนวคีรี ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์

 

หลวงพ่อทองคำ ใช้เวลาในการอธิฐานจิต ปลุกเสกวัตถุมงคล เกือบสองชั่วโมง
 
 

ในการปลุกเสกอธิฐานจิตเดี่ยวนี้ มีวัตถุมงคลหลายอย่าง เช่น พระปางเปิดโลกรุ่นพิเศษ 
เทียนหนุนรวย เทียนเศรษฐี พระร่วงรางปืน พระยอดขุนพล พระมเหศวร พระท่ากระดาน
 พระเกตุทรงพญานาค พระหูยาน สนใจดูรายละเอียดได้ที่หน้าเว็บไซต์ของร้าน

 

              อธิฐานจิต ปลุกเสกโดย พระครูสถิตธรรมญาณ (ทองคำ กมโล)
 ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ และเจ้าอาวาสวัดเจดีย์คีรีวิหาร เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ
 ในราชทินนามที่ พระสุธรรมญาณ วัดเจดีย์คีรีวิหาร ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์
  อายุ 88  พรรษา 64

ขนาดพระท่ากระดาน



เป็นขนาดที่เหมาะสมในการห้อยคอมากที่สุดตั้งแต่เคยมีการสร้างพระร่วงมา 
ขนาดสูง 3 เซนติเมตร กว้าง 2 เซนติเมตร  ขนาดเล็กเหมาะห้อยคอเด็ก  ผู้ใหญ่ ทุกวัย 

พระท่ากระดาน รุ่น แคล้วคลาด หนุนชีวิตไม่ตกต่ำ
เนื้อทองแดง รมดำ
 ราคาบูชา 199 บาท บูชา 2 องค์แถมฟรี 1 องค์

 



พระท่ากระดาน รุ่น แคล้วคลาด หนุนชีวิตไม่ตกต่ำ
เนื้อชินตะกั่ว
 ราคาบูชา 199 บาท บูชา 2 องค์ แถมฟรี 1 องค์

 



พระท่ากระดาน รุ่น แคล้วคลาด หนุนชีวิตไม่ตกต่ำ
เนื้อทองแดง ชุบทอง 
บูชา 399 บาท บูชา 2 องค์แถม ฟรี 1 องค์

 



พระท่ากระดาน รุ่น แคล้วคลาด หนุนชีวิตไม่ตกต่ำ
เนื้อทองแดง ชุบสามกษัตริย์ เงิน ทอง นาค 
ราคาบูชา 499 บาท บูชา 2 องค์แถมฟรี 1 องค์

 



บูชาท่ากระดาน รุ่นนี้ไม่ผิดหวัง เหมาะสำหรับทุกคน เทพ เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายมาร่วมช่วยปลุกเสกให้เอง ผู้บูชาสมหวังทุกประการ

-------------------------
ราคาเลี่ยมกรอบพระท่ากระดาน
1. เลี่ยมกรอบบาง + เพิ่ม 70บาท
2. เลี่ยมกรอบหนา + เพิ่ม 100 บาท (กรอบแบบพระเลี่ยมทอง)
3. เลี่ยมกรอบพลาสติกสีตามวันเกิด  + 150 บาท
เกิดวันอาทิตย์สีแดง  เกิดวันจันทร์สีเหลือง  เกิดวันอังคารสีชมพู  เกิดวันพุธสีเขียว  เกิดวันพุธกลางคืนสีเทา  เกิดวันพฤหัสบดีสีส้ม  เกิดวันศุกร์สีฟ้า หรือน้ำเงิน  เกิดวันเสาร์สีม่วง หรือดำ

ตัวอย่างงานอัดกรอบ

 
พระท่ากระดานแบบกรอบหนา


พระท่ากระดานแบบกรอบบาง


พระท่านกระดานกรอบสีตามวันเกิด
พระท่ากระดานกรอบวันอาทิตย์สีแดง พระท่ากระดานกรอบวันจันทร์สีเหลือง พระท่ากระดานกรอบวันอังคารสีชมพู พระท่ากระดานกรอบวันพุธสีเขียว พระท่ากระดานกรอบวันพฤหัสบดีสีส้ม พระท่ากระดานกรอบวันศุกร์สีฟ้า พระท่ากระดานกรอบวันเสาร์สีม่วง


-------------------------
 
สนใจสั่งทางไลน์ไอดี @line55  (มี@ด้วย)
หรือคลิกสั่งทางไลน์ ที่นี่ >>>  http://line.me/ti/p/%40line55
หรือโทรตามเบอร์โทรหน้าเว็บนี้ได้ทุกเบอร์
ดูโปรโมชั่นสั่งวัตถุมงคลได้ที่  คลิกที่นี่

-------------------------
ประวัติพระท่ากระดาน  กรุศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี 
               พระท่ากระดาน กรุศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี กล่าวตามประวัติความเป็นมาแล้ว "พระท่ากระดาน" นี้ตั้งชื่อตาม "วัดท่ากระดาน หรือ วัดกลาง" อันเป็นวัดสำคัญ 1 ใน 3 วัดของ "เมืองท่ากระดาน" เมืองเก่าแก่เมืองเดียวริมแม่น้ำแควใหญ่ที่มีความสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยาเคียงคู่กับเมืองกาญจนบุรีเก่า และเมืองไทรโยค คือ เป็นเมืองที่มีเจ้าปกครอง อีกทั้งเป็นเมืองหน้าด่านที่ต้องสู้รบกับกองทัพพม่าที่ยกทัพเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ในทุกคราว แต่ปัจจุบันลักษณะสภาพทางภูมิศาสตร์ จึงถูกยุบเป็นกิ่งอำเภอเมื่อ พ.ศ.2438 และลดฐานะเป็นหมู่บ้านและตำบลอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี  "เมืองท่ากระดาน"   มีวัดสำคัญ 3 วัดคือ วัดเหนือ (วัดบน) วัดกลาง (วัดท่ากระดาน) และวัดล่าง 
               เมื่อราว พ.ศ. 2495 ได้มีการขุดค้นหาโบราณวัตถุกันเป็นการใหญ่และได้พบพระพิมพ์เนื้อตะกั่วสนิมแดงที่วัดทั้งสามเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่วัดกลางซึ่งเรียกชื่อเต็มว่า "วัดท่ากระดาน" นั้น ได้ปรากฏพระพิมพ์เนื้อตะกั่วสนิมแดงที่สนิมแดงงามจัดและปิดทองมาแต่ในกรุทุกองค์ กอปรกับวัดนี้ตั้งอยู่ในส่วนกลางของเมืองท่ากระดานเก่าพอดี ชาวบ้านจึงเห็นเหมาะสมที่จะเรียกพระพิมพ์นี้ตามชื่อวัดว่า "พระท่ากระดาน" สถานที่ที่สันนิษฐานว่าเป็นที่สร้าง "พระท่าระดาน" คือบริเวณหน้าถ้ำทางตอนเหนือของเมืองท่ากระดานเก่าขึ้นไปตามลำน้ำ ซึ่งเดิมคงจะเป็นวัดเก่าแก่ เนื่องจากมีศาสนวัตถุที่ปรักหักพังและพระเจดีย์เป็นจำนวนมาก และจากวัตถุโบราณที่พบ เช่น บาตรขนาดเขื่อง เตาดินเก่าๆหลายเตา ที่สำคัญคือปรากฏมีสนิมแดงงดงามมากตกอยู่เรี่ยราดบริเวณเตาและพบพระท่ากระดานทุกๆพิมพ์อีกด้วย จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นแหล่งสร้างพระท่ากระดานอย่างแน่นอน และเนื่องจากหน้าถ้ำมีต้นลั่นทมขนาดใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง จึงเรียกพระท่ากระดาน ที่พบในบริเวณนี้ว่า "พระท่ากระดาน กรุต้นลั่นทม" 
               นอกจากนี้ยังมีการขุดค้นพบพระท่ากระดานตามบริเวณต่างๆ โดยรอบแต่มีจำนวนไม่มากนัก อาทิ วัดบ้านนาสวน (วัดต้นโพธิ์) อารามร้างตอนเหนืออำเภอศรีสวัสดิ์ วัดศรีอุปลาราม (วัดหนองบัว) อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี วัดท่าเสา ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น พระท่ากระดาน  มีพุทธลักษณะเค้าพระพักตร์เคร่งขรึมน่าเกรงขาม แข้งเป็นสัน และพระหนุแหลมยื่นออกมา ลักษณะเหมือน "พระอู่ทองหน้าแก่" อันเป็น "พุทธศิลปะสมัยลพบุรี" และด้วยอายุการสร้างเกินกว่า 500 ปี พระท่ากระดานส่วนมากจึงเกิด "สนิมไขและสนิมแดง" ขึ้นคลุมอย่างหนาแน่น และส่วนใหญ่จะลงรักปิดทองมาแต่เดิม ดังนั้นข้อพิจารณาเบื้องต้นในการศึกษา "พระท่ากระดาน" ก็คือ สภาพสนิมไข สนิมแดง และรักเก่า ทองเก่า "พระท่ากระดาน"  นั้นในสมัยโบราณเรียกขานกันว่า "พระท่ากระดาน เกศคด ตาแดง" อันเป็นเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะคือ มีเกศค่อนข้างยาวและคดงอ ส่วน "ตาแดง" นั้นเนื่องจากพระท่ากระดานเป็นพระหล่อจากเนื้อชินตะกั่ว ซึ่งพอได้อายุเนื้อตะกั่วจะขึ้นสนิมปกคลุมบนผิว "สนิมตะกั่ว" จะมีลักษณะเป็นสีแดง หนา และติดแน่น มีความมันเยิ้ม ยิ่งเมื่อถูกสัมผัสก็จะยิ่งมันวาว และบนสนิมแดงนี้จะเกิดสนิมไขสีขาวครีมเคลือบอยู่อีกชั้นหนึ่ง และจาการเวลาที่ยาวนานดังกล่าวแล้วสนิมแดงนี้จะเป็นสนิมแดงเข้มคล้ายสีเปลือกมังคุด และมี "รอยแตกตามุ้ง" ลักษณะเป็นตาตารางบนเนื้อสนิมแดง ตลอดจนบนสนิมไขซึ่งเกิดจากการหดตัวหรือขยายตัวของเนื้อตะกั่วขององค์พระ เอกลักษณ์อีกประการหนึ่งคือ "คราบปูนแคเซี่ยม" อันเป็นหลักสำคัญสำหรับการพิจารณาพระแท้ของพระเนื้อชินตะกั่ว ซึ่งเรียกว่า "พระชินสนิมแดง" "พระท่ากระดาน" มีทั้งหมด 2 กรุคือ กรุเก่าและกรุใหม่ ทั้งสองกรุนี้จะแตกต่างกันที่พื้นหลังขององค์พระ "กรุเก่า" จะตัดติดเป็นขอบพื้นบ้าง ทำให้องค์พระแลดูใหญ่และล่ำสัน ส่วน "กรุใหม่" จะตัดติดขอบชิดกับแม่พิมพ์ขององค์พระ เห็นพระพักตร์และพระกรรณอย่างชัดเจน ทำให้เมื่อดูพระท่ากระดานกรุใหม่จะมีขนาดเล็กกว่ากรุเก่า แต่ผิวพระและลักษณะแม่พิมพ์ด้านหน้าจะคมชัดกว่า ในอดีตนักนินมสะสมพระเครื่อง พระบูชา มักนำ "พระท่ากระดาน" ไปล้างผิวแคลเซี่ยมออกเพื่อให้เห็นสีของสนิมแดงและรอยแตกตามุ้งได้อย่างชัดเจนทั้งองค์ แต่ในปัจจุบันจะนิยมความบริสุทธิ์ขององค์พระเดิมที่ปราศจากการล้างหรือตกแต่งใดๆ ตำหนิแม่พิมพ์และรายละเอียดต่างๆ จึงถูกบดบังด้วยผิวรักปิดทอง สนิมแดง และแคลเซี่ยม การพิจารณาจึงจำเป็นต้องตรวจสอบจากขนาดขององค์พระ และ เอกลักษณ์ของแม่พิมพ์

ศิลปะพระท่ากระดาน 
               พระท่ากระดานเป็นศิลปะอู่ทอง สร้างในประมาณปีพศ 1800-2031 เป็นพระเครื่องที่มีความสวยงามมาก เป็นปฎิมากรรมนูนสูง ลึก ล่ำ นั่งประทับในปางมารวิชัย บนฐานสำเภาที่หนา อันเป็นเอกลักษณ์ของพระศิลปะอู่ทองนั่นเอง ใบหน้า ตา จมูก ปาก มือ ติดชัดเจนและ สร้างด้วยเนื้อตะกั่ว เมื่อเวลาผ่านไปหลายร้อยปีออกไซด์ตะกั่วทำปฎิกิริยากับอากาศเกิดเป็นสนิมแดงขึ้น และ มักมีน้ำมันตะกั่วที่ไหลซึมออกมามักจับกับดินกรุเกิดเป็นไขหนาขึ้นมาจับองค์พระในบางองค์ ไขจะหนามากน้อยต่างกันไปครับ เข้าใจว่า ตอนสร้างทีแรก น่าจะมี พระเกศยาวตรง ขึ้นไป แต่พระถูกทับถมกันมา บางองค์เกศหักงอก็เรียก เกศคด บางองค์หักเป็นแนวตรง ก็เรียก เกศตรง นั่นเอง จะเห็นได้ว่าบางองค์ยังคงลักษณะเกศที่ยาวมากทีเดียว 

ผู้สร้างพระท่ากระดาน 
               เข้าใจว่าคือ" ฤาษี" ไม่ใช่พระสงฆ์ คงเป็นฤาษีโบราณที่บำเพ็ญตบะอยู่ในถ้ำ เพราะ จะพบพระในถ้ำต่างๆของเมืองกาญจนบุรีและ จากแผ่นจารึกลานทองของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุและ ของสุโขทัยซึ่งมีคาบเกี่ยวกับอู่ทองคือจารึกแผ่นลานเงินของวัดบรมธาตุ กำแพงเพชร กล่าวว่า การสร้างพระเครื่องของบรรดาพระฤาษีทั้งหลาย11ตน มีฤาษีที่เป็นใหญ่ 3 ตน คือ ฤาษีพิลาลัย ฤาษีตาไฟและ ฤาษีตาวัว และ ผู้ที่สร้างพระท่ากระดานคือ "ฤาษีตาไฟ" โดยการอาราธนาของเจ้าเมือง ท่ากระดาน เมื่อสร้างแล้งวก็นำมาบรรจุในอารามสำคัญ ในเมืองท่ากระดาน เมืองศรีสวัสดิ์ และ เมืองกาญจนบุรีในยุคนั้นนั่นเอง 

การค้นพบพระท่ากระดาน 
               ครั้งแรกพบที่วัดลั่นทม ต่อมาพบที่วัดต่างๆในอำเภอศรีสวัสดิ์ฺ จะค้นพบในระหว่างปีพศ2490 กว่าๆ พระที่ค้นพบในครั้งนั้นมักเรียก" พระกรุเก่า ศรีสวัสดิ์" นั่นเอง พระที่พบกรุเก่า มักมีการปิดทองสวยงาม และ หลังเป็นร่องมีแอ่งลึกแทบทุกองค์ พระมีสนิมแดงสวยงามมาก 
ต่อมาพบที่วัดอื่นอีก เช่น วัดนาสวน วัดหนองบัว วัดเทวะสังฆาราม วัดท่าเสา และ ถ้ำต่างๆในเขตอำเภอทองผาภูมิ ครับ ซึ่งพระเหล่านี้ เรียก "พระกรุใหม่" ครับ 
พระกรุเก่า หรือ ใหม่ จริงๆก็เข้าใจว่าสร้างพร้อมกันนั่นเองครับ 

ราคาค่านิยมพระท่ากระดาน 
               จัดเป็นพระในตระกูลสูงสุดในวงการ สวยๆ เกศยาวๆ การเช่าหาทะลุหลักล้านบาทไปอย่างง่ายดาย ทั่วไปก็ราคาแสนกลางๆแทบทั้งสิ้น พระของแท้ สมบูรณ์ หายากมาก มักอยู่ในรังใหญ่ๆหมดแล้ว พวกเซียนใหญ่เนื้อชินจะทราบกันดีว่า ที่เห็นกันมากมายในสนามนั้น หาตัวจริงแทบไม่เจอครับ 
พระองค์นี้เป็นพระท่ากระดานที่ มีสภาพสวย สมบูรณ์มากองค์หนึ่ง คอสมบูรณ์มาก ได้เอกเรย์ผ่านการตรวจสอบมาอย่างถี่ถ้วน และ เป็นพระกรุเก่า นิยม คือ "กรุศรีสวัสดิ์" ครับ ด้านหลังก็เป็นไปตามตำราที่ว่าคือ" หลังจะเป็นร่องแอ่งลึก" พระแบบนี้มองปั๊บก็แท้ และ ดูได้ไม่ยากเลยครับ สมกับคำว่า "พระเกศบิด ตาแดง แข้งเป็นสัน" 

อานุภาพ และ พุทธคุณพระท่ากระดาน  
               เป็นพระที่เยี่ยมยอด ในทางคงกะพันอย่างยิ่ง และ มีประสบการณ์สูงมาก และ ยังร่ำลือ ว่ามีผลทางเมตตามหาอำนาจอีกด้วย สมกับคำว่า "ยอดขุนศึกแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง" ครับ



@line55