เครื่องราง ของขลัง หายาก กว่า 2000 รายการ
ร้านวรันณ์ธร จังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้สร้างวัตถุมงคล เครื่องราง ของขลัง ผลิต และจำหน่าย ส่ง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศทั่วโลก
โทร
087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061 คุณภัส และพนักงานในร้านรับสาย

โปรโมชั่นแจกหลวงปู่ทวดรุ่น9เหล็กไหล
บูชาวัตถุมงคล บนเว็บ Utdid.com  หรือหน้าร้านวรันณ์ธร ทุก 500 บาท รับหลวงปู่ทวดรุ่น 9 เหล็กไหล 1 องค์
ดูข้อมูลหลวงปู่ทวด รุ่น 9 เหล็กไหล คลิกที่นี่  บูชาวัตถุมงคล 5,000 พันบาท รับ 10 องค์ บูชา 10,000 หมื่นบาท รับ 20 องค์

สั่งวัตถุมงคลทุกอย่างบนเว็บ แถมชุดของขลังต่างๆ มากมาย ดูรายละเอียด คลิกที่นี่

ชีวประวัติพระยาพิชัยดาบหักพระยาพิชัยดาบหัก

 
ชีวประวัติพระยาพิชัยดาบหักพระยาพิชัยดาบหัก

         

  พระยาพิชัยดาบหักเป็นเจ้าเมืองพิชัย ในสมัยกรุงธนบุรีได้สร้างวีรกรรมที่ลือเลื่องในปี พ.. ๒๓๑๖ เมื่อพม่ายกกองทัพมาตีเมืองพิชัย ซึ่งปรากฏข้อความในพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถาเลขาตอนหนึ่งว่า

         

   ครั้งถึง ณ เดือนอ้ายข้างขึ้น โปสุพลายกกองทัพมาตีเมืองพิชัยอีก พระยาพิชัยก็ยกพลทหารออกไปรบแต่กลางทางยังไม่ถึงเมืองเจ้าพระยาสุรสีห์ก็ยกกองทัพเมืองพระพิษณุโลกขึ้นไปช่วยได้รบกับพม่าเป็นสามารถและพระยาพิชัยถือดาบสองมือคุมทหารออกไล่ฟันพม่าจนดาบหักจึงลือชื่อปรากฏเรียกว่า    พระยาพิชัยดาบหัก  แต่นั้นมา……..

        

   จะเห็นได้ว่าชื่อ พระยาพิชัยดาบหัก ก็เรียกขานกันมานานถึง ๒๐๐ กว่าปีแล้วจนกระทั่งทางจังหวัดอุตรดิตถ์ด้านสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นที่หน้าศาลากลางจังหวัดและทางอำเภอพิชัยก็ได้ปั้นรูปพระยาพิชัยดาบหักประดิษฐานอยู่ในศาลเจ้าพ่อพระยาพิชัยดาบหักอีกด้วย

         

  สำหรับประวัติพระยาพิชัยดาบหักนี้ พระยาศรีสัชนาลัยบดี ( เลี้ยง ศิริปาละกะ ) ซึ่งเป็นชาวพิชัยโดยกำหนดได้รวบรวมเรียบเรียงขึ้น เมื่อ พ.. ๒๔๖๖ แลได้นำเผยแพร่ในหนังสือเสนาศึกษา เมื่อประมาณ พ.. ๒๔๖๗ นำมาเรียบเรียงใหม่ดังนี้

         

 พระยาพิชัยดาบหักเดิมชื่อ จ้อย เกิดที่บ้านห้วยคา หลังเมืองพิชัยไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๑๐๐ เส้นเศษบิดามารดาตั้งบ้านเรือนไถนาหาเลี้ยงชีพมีบุตรด้วยกัน ๔ คน แต่เป็นไข้ทรพิษตายความเดียวกัน ๓ คน เหลือจ้อยคนเดียวเมื่อจ้อยอายุได้ ๘ ขวบ บิดาให้เลี้ยงควายและชอบชกมวยมาก บิดาจึงนำตัวไปฝากท่านพระครูวัดมหาธาตุเมืองพิชัยเพื่อเรียนหนังสือจนอายุย่างเข้า ๑๔ ขวบ ก็อ่านออกเขียนได้ ในขณะที่อยู่ที่วัดมหาธาตุนั้นจ้อยชอบดูการชกมวยมากและเมื่อมีเรื่องชกต่อยกับเด็กวัดด้วยกัน จ้อยก็สามารถเอาชนะได้ทุกคน ต่อมาเจ้าเมืองพิชัยได้นำบุตรชายชื่อ เจิด กับเด็กคนใช้อีก ๓ คนมาฝากท่านพระครูเรียนหนังสือต่อมาเกิดวิวาทชกต่อยกันจ้อยเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเจิดเป็นบุตรชายเจ้าเมืองพิชัยจึงหนีไปบ้านท่าเสาเพื่อไปหัดมวยที่นั่น ระหว่างที่เดินทางมาถึงวัดบ้านแก่งเห็นครูเที่ยงกำลังสอนมวยอยู่จึงสมัครเป็นศิษย์ เนื่องจากเกรงจะมีคนจำชื่อได้จึงเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า ทองดี เมื่อหัดมวยจนฝีมือเป็นเลิศกว่าคนอื่นแล้ว ครูเที่ยงจึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ทองดี ฟันขาว ต่อมาศิษย์ครูเที่ยงอีก ๔ คนเกิดอิจฉาจนเกิดเรื่องชกต่อยกันนายทองดีเห็นว่าอยู่ไปก็ไม่มีความสุขจึงขอลาครูเที่ยงเดินทางติดตามพระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งจะไปนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์โดยไปพักอยู่ที่วัดบางเตาหม้อกับพระภิกษุรูปนั้น เมื่อพระภิกษุรูปนั้นกลับจึงฝากนายทองดีอยู่กับพระภิกษุไปหาครูที่ท่าเสาชื่อ ครูเมฆ เพื่อขอเป็นศิษย์ฝึกหัดมวยจนสำเร็จการมวยในระหว่างนี้ นายทองดีอายุได้ ๑๘ ปี ได้แสดงความสามารถติดตามผู้ร้ายที่เข้ามาลักควายครูเมฆโดยฆ่าคนร้ายตาย ๑ คนและจับคนร้ายที่ยังไม่ตายได้อีก ๑ คน โดยนำมามอบให้กรมการตำบล บางโพท่าอิฐ นายทองดีได้รับการชมเชยและได้บำเหน็จรางวัลจากกรมตำบลท่าอิฐถึง ๕ ตำลึง

         

  นายทองดีได้มีโอกาสแสดงฝีมืออีกครั้งหนึ่งด้วยการชกมวยในงานมหรสพฉลองพระแท่นศิลาอาสน์โดยชกชนะนายถึก (ศิษย์ครูนิล) และยังชนะครูนิลอีกด้วย ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีนักมวยคนใดแขวงเมืองพิชัย เมืองทุ่งยั้ง เมืองลับแล และเมืองฝางมาขันสู้กับนายทองดีเลย ต่อมาอีก ๓ เดือน พระสงฆ์เมืองสวรรคโลก ชวนนายทองดีไปเมืองสวรรคโลกและได้ฝากนายทองดีกับครูฟันดาบผู้ฝึกบุตรเจ้าเมืองสวรรคโลก ได้ฝึกหัดอยู่ประมาณ ๓ เดือน ก็ทำได้คล่องแคล่วทุกท่าทุกทางจนจบหลักสูตร ทั้งยังได้ซ้อมฟันดาบกับบุตรชายเจ้าเมืองสวรรคโลก ด้วยนายทองดีได้ลาครูฟันดาบเดินทางไปยังสุโขทัย ขอสมัครเป็นศิษย์กับครูจีนแต้จิ๋วคนหนึ่งเพื่อฝึกมวยจีนและฝึกอยู่จนสำเร็จ ทั้งยังมีลูกศิษย์ คนหนึ่งชื่อบุญเกิดด้วย ตอนนี้นายทองดีและบุญเกิดอาศัยอยู่ที่วัดธานี อยู่วัดนี้ได้ประมาณ ๖ เดือน ก็มีชาวจีนคนหนึ่งมาจากเมืองตาก เห็นฝีมือของนายทองดีจึงชวนไปเมืองตาก โดยเล่าว่าพระยาตาก เจ้าเมืองมีความสนใจและชอบคนมีฝีมือ แต่ความจริงต้องการชวนนายทองดีไปเป็นเพื่อน เพราะกลางทางมีเสือดุ นายทองดีตกลงไปเมืองตาก โดยชวนบุญเกิดไปด้วยระหว่างทางตอนกลางคืนเสือได้เข้ามาคาบบุญเกิดไป นายทองดีเข้าช่วยโดยต่อสู้กับเสือจนบาดเจ็บหนีไปและได้บุญเกิดคืนมาแต่บาดเจ็บมาก ต้องไปรักษาที่วัดใหญ่เมืองตาก อยู่ถึง ๒ เดือนจึงหาย

         

  วันหนึ่งพระเจ้าตากมาถือน้ำพิพัฒน์สัตยาที่วัดใหญ่ และมีมวยฉลองด้วย นายทองดีได้ชกกับครูมวย ชื่อห้าว และสามารถเอาชนะได้ พระเจ้าตากอยากดูฝีมือนายทองดีอีกจะให้ชกกับครูมวยชื่อหมึก นายทองดีก็สามารถชนะได้อีก พระเจ้าตากชอบใจฝีมือนายทองดีมาก ได้มอบรางวัลให้ ๕ ตำลึง และรับตัวเข้าทำงานด้วย พระเจ้าตากโปรดปรานนายทองดีมาก

พอนายทองดีอายุ ๒๑ ปี พระเจ้าตากก็จัดการบวชให้เป็นพระภิกษุสงฆ์บวชอยู่ ๑ พรรษาก็สึกออกมาอยู่กับพระเจ้าตากต่อไป พระเจ้าตากตั้งใจให้เป็น หลวงพิชัยอาสา และยังได้นางสาวรำยงสาวใช้ของคุณหญิงเป็นภริยาด้วย เมื่อพระเจ้าตากจะไปไหนก็ให้หลวงพิชัยอาสาติดตามไปด้วยทุกครั้ง ต่อมาพระเจ้าตากได้รับท้องตรากระแสร์พระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้พระเจ้าตากไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ กรุงศรีอยุธยาจะโปรดเกล้าให้เป็นพระยาวชิรปราการครองเมืองกำแพงเพชร หลวงพิชัยอาสาตามพระเจ้าตากไปด้วยก็มีพม่าข้าศึกยกกองทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา พระยาวชิรปราการและหลวงพิชัยอาสาเข้าช่วยรบพม่าภายในกรุงศรีอยุธยา แต่เนื่องด้วยมิได้รับความยุติธรรมและขาดความอิสระในการรบพุ่งพระยาวชิรปราการพร้อมด้วยหลวงพิชัยอาสาและพรรคพวก ซึ่งมีพระเชียงเงินหลวงพรมหมเสนา หลวงราชเสน่หา ขุนอภัยภักดี หมื่นราชเสน่หา และพลทหารตีฝ่ายพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยาเดินทางผ่านเมืองปราจีนบุรี ระยอง จนถึงเมืองจันทบุรีรวบรวมผู้คนเสบียงอาหารและอาวุธยุทธภัณฑ์ไว้พร้อมแล้ว จึงยกทัพเรือลงมาตีเมืองธนบุรี ได้รบกับนายทองอิน ซึ่งพม่าตั้งให้รักษาเมือง จับนายทองอินประหารชีวิตเสีย สุกี้พระนายกองพม่าผู้รักษากรุงศรีอยุธยา ซึ่งตั้งค่าอยู่ที่โพธิ์สามต้นได้ทราบข่าวจึงให้มองหย่าเป็นนายทัพคุมทหารมอญและทหารไทยมาตั้งรับอยู่ที่บ้านเพนียด พระเจ้าตากจึงสั่งให้หลวงพิชัยอาสาเป็นนายทัพหน้ายกเข้ามาตีมองหย่ามีความเกรงกลัวฝีมือหลวงพิชัยอาสาจึงถอยทัพหนีไปมิได้ต่อสู้พระเจ้าตากจึงสั่งให้หลวงพิชัยอาสาบุกเลยเข้าตีค่ายโพธิ์สามต้นล้อมค่ายสุกี้ พระนายกองและรบกันอยู่ถึง ๒ วันก็ตีค่ายโพธิ์สามต้นแตกตัวสุกี้พระนายกองตายในที่รบ เมื่อพระเจ้าตากได้ชัยชนะแล้วได้เข้าไปตั้งพลับพลาประทับอยู่ในพระนครและได้เห็นปราสาทรวมทั้งตำหนักถูกเพลิงไหม้เสียมาก ต่อมากจะซ่อมแซมใหม่ก็ยากจึงชวนกันไปสร้างเมืองธนบุรีเป็นราชธานีและทำพิธีปราบดาพิเษก เมื่อ พ.. ๒๓๑๑ ทรง็นวาพระนามว่า พระรมราชาธิราชที่ ๔ แต่มักเรียกกันว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี บ้าง พระเจ้าตากสิน บ้างและโปรด ฯ ให้หลวงพิชัยอาสาเป็นเจ้าหมื่นไวยวรนาถมีตำแหน่งเป็นนายทหารเอกวงษ์ในพระองค์

         

  เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีสร้างเมืองธนบุรีเป็นราชธานีแล้วจึงทรงดำเนินการปราบก๊กต่าง ๆ ที่ตั้งตัวเป็นใหญ่ทางภาคตะวันออกปราบได้ก๊กของกรมหมื่นเทพพิพิธซึ่งตั้งตัวใหญ่ที่เมืองพิมายและโปรด ฯ แต่งตั้งให้เจ้าหมื่นไวยวรนาถเป็นพระยาสีหราชเดโชแล้วจึงเสด็จยกทัพไปปราบปรามก๊กฝ่ายเหนือปราบได้ก๊กเจ้าพระฝางเมื่อ พ.. ๒๓๑๓ แล้วโปรด ฯ แต่งตั้งให้พระยาสีหราชเดโชเป็นพระยาพิชัยให้ครองเมืองพิชัยต่างพระเนตรพระกรรณให้มีไพร่พล ๙,๐๐๐ คน ทั้งทรงพระกรุณาโปรด ฯ พระราชทานเครื่องยศให้เสมอด้วยเจ้าพระยาสุรสีห์และทรงแต่งตั้งนายบุญเกิดคนสนิทของพระยาพิชัยเป็นหมื่นหาญณรงค์เป็นนายทหารคนสนิทของพระพิชัยอีกด้วย เมื่อพระยาพิชัยครองเมืองนั้นได้ทราบว่าบิดาถึงแก่กรรมเสียแล้วยังอยู่แต่มารดาจึงใช้ให้ทหารไปตามตัวมาหา พอมารดามาถึงก็หมอบกราบไม่เงยหน้าดูเพราะความกลัวด้วยยังไม่ทราบว่าเป็นบุตรของตัวพระยาพิชัยรีบลุกไปจับมือมารดาไว้ห้ามไม่ให้กราบไหว้ พลางกราบลงกับเท้ามารดาแล้วเล่าเหตุการณ์ที่ได้ซัดเซพเนจรให้มารดาฟังแต่ต้นจนได้มาครองเมืองพิชัย เมื่อมารดาทราบว่าท่านเป็นบุตรก็ร้องไห้ด้วยความดีใจอย่างสุดปลื้มแต่ก่อนชาวบ้านเรียก มารดาท่านว่านางนั่นยายนี่ต้องกลับบ้านเรียกว่าคุณแม่ใหญ่ในจวนไปตามกัน ส่วนครูเที่ยงที่บ้านแก่งและครูเมฆที่บ้านท่าเสา พระยาพิชัยก็ตั้งให้เป็นกำนันทั้งสองคนเพื่อสนองคุณคนทั้งสองนั่นเอง

         

    ในปลายปี พ.. ๒๓๑๓ นี้เองโปมะยุง่วน ซึ่งพม่าตั้งให้รักษาเมืองเชียงใหม่ได้ยกทัพชาวพม่าและชาวลานนาลงมาตีเมืองสวรรคโลกพระยาพิชัยก็ยกทัพเมืองพิชัยไปช่วยรบร่วมกับกองทัพเมืองพิษณุโลกตีทัพพม่าพ่ายหนีไปต่อมาในปี พ.. ๒๓๑๕ โปสุพลาซึ่งมาอยู่ช่วยราชการรักษาเมืองเชียงใหม่นั้นยกกองทัพตีเมืองลับแล ณ วัดเอกา พระยาพิชัยก็จัดแจงการป้องกันเมืองเป็นสามารถเจ้าพระยาสุรสีห์ก็ยกกองทัพเมืองพิษณุโลกขึ้นไปช่วยเมืองพิชัยและเจ้าพระยาสุรสีห์กับพระยาพิชัยยกพลทหารเข้าตีค่ายพม่า พม่าออกต่อรบ ๆ กันถึงอาวุธสั้นพลทัพไทยไล่ตะลุมบอลฟันแทงพลทหารพม่าล้มตายเป็นอันมากพม่าต้านทานมิได้ก็แตกพ่ายหนีเลิกทัพกลับไปเมืองเชียงใหม่ รุ่งขึ้นอีกปีหนึ่งโปสุพลายกกองทัพมาตีพิชัยอีกพระยาพิชัยก็ยกพลทหารออกไปรบแต่กลางทางยังไม่มาถึงเมืองเจ้าพระยาสุรสีห์ก็ยกกองทัพเมืองพระพิษณุโลกขึ้นไปช่วยได้รบกับพม่าเป็นสามารถและพระยาพิชัยถือดาบสองมือคุมทหารออกไล่ฟันพม่าจนดาบหักจึงลือชื่อ ปรากฏเรียกว่า พระยาพิชัยดาบหัก แต่นั้นมาตอนที่พระยาพิชัยคุมพลทหารออกไล่ฟันแทงพม่านั้น เนื่องจากกำลังชุลมุนฟันแทงกันอยู่เท้าพระยาพิชัยเหยียบดินลื่นเซจะล้มจึงเอาดาบยันดินไว้เพื่อมิให้ล้มดาบจึงหักไป ๑ เล่ม พม่าเห็นพระยาพิชัยเสียเชิงเช่นนั้นจึงกลับหน้าปราดเข้ามาฟันหมื่นหาญณรงค์รานทหารคู่ชีพของพระยาพิชัยก็ทะลึ่งเข้ารับพม่า ผู้นั้นมิทันทำร้ายพระยาพิชัยได้พม่าผู้นั้นเสียท่าหมื่นหาญณรงค์ฟันตายแต่แล้วกระสุนปืน พม่ายิงมาถูกหมื่นหาญณรงค์ตรงอกทะลุหลังล้มพับลงขาดใจตายในขณะนั้นพระยาพิชัยเห็นหมื่นหาญณรงค์ถูกกระสุนปืนเข้าศึกตายดังนั้นก็เสียใจอาลัยหมื่นหาญณรงค์ผู้เพื่อนยากยิ่งนักเลยบันดาลโทสะเข้าไล่ตลุมบอนฟันแทงพม่ามิได้คิดแก่ชีวิตพม่าต้านทานไม่ไหวก็แตกพ่ายไป

         

   พระยาพิชัยดาบหักได้ร่วมรบกับพม่าอีกหลายครั้งจนกระทั่งสิ้นแผ่นดินพระเจ้ากรุงธนบุรีพระบาทมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จขึ้นเถลิงถวัลราชสมบัติ ณ กรุงเทพมหานคร โปรดเกล้าให้เสนาบดีเรียกตัวพระยาพิชัยดาบหักลงไปถามว่าจะยอมอยู่ทำราชการต่อไปหรือไม่ ถ้ายอมอยู่จะเลี้ยงเพราะหาความผิดมิได้พระยาพิชัยดาบหักตรองเห็นว่าขืนอยู่ไปคงได้รับภัยมิใดก็วันหนึ่งเพราะตัวท่านเป็นข้าหลวงเดิมอันสนิทของพระเจ้าตากย่อมเป็นที่ระแวงท่านผู้จะเป็นประมุขแผ่นดินต่อไปทั้งประกอบด้วยความเศร้าโศกอาลัยในพระเจ้ากรุงธนบุรีเข้ากลัดกลุ้มในหทัยสิ้นความอาลัยในชีวิตของตนจึงตอบไม่ยอมอยู่จะขอตายตามเสด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีขอฝากแต่บุตรชายให้ได้ทำราชการสนองพระเดชพระคุณสืบสกุลต่อไปภายหน้าฉะนั้นจึงโปรดเกล้า ฯ ให้ประหารชีวิตเสียเมื่อพระยาพิชัยดาบหักสิ้นอายุได้ ๔๑ ปีจึงโปรดเกล้า ฯ ให้เสนาบดีท้องตราถึงผู้ครองเมืองเชียงใหม่ให้รับบุตรชายพระยาพิชัยดาบหักเข้าเป็นราชการต่อไปตามควรแก่ความสามารถ ฉะนี้บุตรหลานพระยาพิชัยดาบหักจึงเป็นข้าราชการการลำดับมาจนถึงทุกวันนี้และในสมัยรัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ผู้สืบตระกูลได้รับพระราชทานนามสกุลว่า วิชัยขัทคะ นามนี้ถ้าแปลอนุโลมตามความเข้าใจก็คือ ดาบวิเศษของพระยาพิชัยดาบหักนั่นเอง

 

 

หมวดหมู่วัตถุมงคลต่างๆ
ใช้ด้านเสน่ห์ เมตตา เถาหลงเสน่ห์/ขุนแผน นางกวัก/น้ำมันหนุ่มหลงสาวหลง/
ใช้ด้านปาฎิหาริย์เปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น ไหลศักดิ์สิทธิ์ /ไหลดิบ/แก้วขนเหล็ก/แก้วโป่งข่าม/
กลุ่มเหล็กน้ำพี้ มีดปากกา/ดาบพระขรรค์ กริช(จิ๋ว)/ดาบพระขรรค์ในตะกรุด/ดาบเหล็กน้ำพี้/พระขรรค์/มีดหมอ/กริช/เหล็กน้ำพี้ตีดาบ/เหล็กจาร/เหล็กน้ำพี้หนัก1บาท 2บาท/แร่เหล็กน้ำพี้/
ของขลังธรรมชาติหายาก เหล็กไหล/ไม้พญางิ้วดำ/กะลามหาอุตม์/กะลา1ตา,3ตา/เพชรหน้าทั่ง/ข้าวตอกพระร่วง/ไม้เป็นหิน/หินสามกษัตริย์/ทรายเหล็ก/ปลวกเป็นหินเป็นเหล็ก
ตะกรุด ประคำ ตะกรุดทุกแบบ/ประคำลูกประคำ
พระพระพุทธเจ้า,พระประจำวันเกิด/พระแก้วมรกต3 ฤดู/พระพุทธชินราช/พระสีวลี/พระอุปคุต/พระมหาเศรษฐีนวโกฎิ/หลวงพ่อเพชร/หลวงพ่อเชียงแสน/พระไพรีพินาศ/พระอู่ทอง
หลวงปู่ หลวงปู่ทวด/หลวงปู่โต/หลวงพ่อเกษมเขมโก/ครูบาศรีวิชัย/หลวงพ่อเงิน/หลวงปู่แดง
พระเครื่อง ชุดเบญจภาคี /พระสมเด็จ/พระปิดตา/พระซุ้มกอ/พระเปิดโลก/พระสมเด็จนางพญา/พระรอด/พระมหาอุตม์
กษัตริย์,นักรบพระนเรศวร/พระเจ้าตากสิน/กษัตริย์เสด็จพ่อ ร.5/พระนางจามเทวี/พระยาพิชัยดาบหัก
วัตถุมงคลทั่วไป บาตรเงินบาตรทอง/สากเงินสากทอง/ไม้มงคลเก้าอย่าง/สาริกาลิ้นทอง
กำไลข้อมือ กำไลทุกแบบ
เทพ เทวดา พระวิษณุพระนารายณ์ /พระพิฆเนศ/พระแม่ลักษมี/นารายน์ทรงครุฑ/พรหมสี่หน้า/พระยาครุฑ/ท้าวเวสสุวรรณ/แม่ธรณีบีบมวยผม/พระราหู/พ่อปู่ฤาษีพ่อปู่ชีวก/หนุมานนิลพัท
เรียกทรัพย์ นางกวัก/ชูกชก/กุมารทอง/เงาะป่า/
วัตถุมงคลจีน เจ้าแม่กวนอิม/ฮกลก ซิ่ว/พระสังกัจจายน์ /เงินจีนเงินมงคล/เด็กชาย-หญิงหนุนเงิน+ทอง/
นักษัตร,สัตว์ให้คุณ 12นักษัตร/พญาไก่แก้ว/นกคุ้ม/เต่าและเต่ามังกร/จิ้งจก2 หาง/ต่อเงินต่อทอง/คางคก3ขา/
ป้าย แขวน ห้อยป้ายบ้านป้ายร้าน/ถุงมงคลของขลัง9อย่าง/น้ำเต้าเรียกทรัพย์ /พวงมาลัยแร่เหล็กน้ำพี้ /กระจกแปดทิศ  /สุ่มไซ ฆ้อง ดักเงินทอง /พวงกุญแจแร่เหล็กน้ำพี้

วัตถุมงคล กว่า 2,000 รายการ คลิกที่นี่

ติดต่อบูชา เครื่องราง ของขลังบนเว็บ รับสายเวลา 8.30-17.30 น. ทุกวัน
โทร
089-8608818, 087-7399336, 087-8452061 คุณภัส และพนักงานร้านรับสาย
เบอร์ร้าน-Fax055428495 ร้านวรันณ์ธร 282/17 ถ.อินใจมี ต.ท่าอิฐ   อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 53000
ร้านอยู่ 4 แยกไฟแดง ตรงข้าม หน้าโรงเรียนอุตรดิตถ์
แผนที่ร้านคลิกที่นี่

ข่าวหนังสือพิมพ์ หวยหุ้น หวย