เครื่องราง ของขลัง หายาก กว่า 2000 รายการ
ร้านวรันณ์ธร จังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้สร้างวัตถุมงคล เครื่องราง ของขลัง ผลิต และจำหน่าย ส่ง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศทั่วโลก
โทร
087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061 คุณภัส และพนักงานในร้านรับสาย

โปรโมชั่นแจกหลวงปู่ทวดรุ่น9เหล็กไหล
บูชาวัตถุมงคล บนเว็บ Utdid.com  หรือหน้าร้านวรันณ์ธร ทุก 500 บาท รับหลวงปู่ทวดรุ่น 9 เหล็กไหล 1 องค์
ดูข้อมูลหลวงปู่ทวด รุ่น 9 เหล็กไหล คลิกที่นี่  บูชาวัตถุมงคล 5,000 พันบาท รับ 10 องค์ บูชา 10,000 หมื่นบาท รับ 20 องค์

สั่งวัตถุมงคลทุกอย่างบนเว็บ แถมชุดของขลังต่างๆ มากมาย ดูรายละเอียด คลิกที่นี่

วัดไทยลอสแอนเจลิส

วัดไทยลอสแอนเจลิส

 
ประวัติวัดไทยลอสแองเจลิส
 

วัดไทยในสหรัฐฯ 1 โดย ชวพจน์ ถุงสุวรรณ
 

"เมื่อธงชัยแห่งพระอรหันต์ลอยไสวเหนือแผ่นดินอเมริกา" 1969(2512)
 

พุทธบูชา มหาเตชวันโต
 

ธัมมบูชา มหาปัญโญ
 

สังฆบูชามหาโภควโห
 

ติโลกนาถัง อภิปูชยามิ
 

"ข้าพเจ้าขอระลึกถึง พระคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์คุณความดีทุกประการ จงดลบันดาลให้ข้าพเจ้าและคณาญาติ จงอยู่เย็นเป็นสุขเถิด"
 

พระคาถาข้างต้นนี้ เราชาวพุทธศาสนิกชนควรท่องจำให้ขึ้นใจ พระคาถาบทนี้ใช้ในขณะที่เราสำรวมจิตพนมมือถือธูปเทียน ดอกไม้ อธิษฐานน้อมระลึกถึงพระรัตนตรัย ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ตัวของเราเอง
 

พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยมาแต่โบราณ โดยที่องค์พระประมุขของชาติทรงดำรงฐานะเป็นอัครศาสนูปถัมภก เรียกได้ว่าคนไทยมีความเป็นพุทธมาตั้งแต่เกิดก็ว่าได้พุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาอยู่ในสหรัฐอเมริกาก็ยังคงนับถือพระพุทธศาสนาเหมือนเดิม จะเห็นได้ว่าแม้ว่าเราจะเดินทางมาไกลแสนไกลเป็นหมื่นๆไมล์ อานุภาพขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ยังได้ส่งสาวกของพระพุทธองค์ท่านมาเพื่อเป็นกำลังใจ เป็นที่พึ่งทางใจ และบำรุงขวัญให้แก่พวกเรา
 

พุทธศาสนาในสหรัฐอเริกานั้น คงจะมีผู้นำมาเผยแพร่นานมาแล้ว ตามสัดส่วนของแต่ละประเทศที่พลเมืองเขาอพยพมาไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี พม่า ลาว เขมรและเวียตนามก็ตาม สำหรับพุทธศาสนาจากประเทศไทยนั้น ผู้เขียนซึ่งเดินทางมาสหรัฐอเมริกาตั้งปี 1966(2509)ก็พอที่จะเล่าได้จากประสบการณ์และอยู่ในเหตุการณ์ที่ได้พบมา หากท่านผู้รู้ใดจะส่งเสริมภายหลังก็จะเป็นกุศลอย่างยิ่ง
 

เมื่อเดือนมิถุนายน 1969(2512) พระครูวชิรธรรมโสภณ วัดวชิรธรรมสาธิต เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ซึ่งคนส่วนมากนิยมเรียกท่านว่า"อาจารย์สีนวลวัดทุ่งสาธิต" ท่านได้เดินทางไปพบปะนักธุรกิจผู้หนึ่งที่วอชิงตัน ดีซี เมื่อกลับมาได้แวะลงที่นครลอสแอนเจลีสตามคำอาราธนาของคุณปัญญา ชูประเสริฐและภรรยา คนไทยในลอสแอนเจลีสขณะนั้นยังมีไม่มากนัก เมื่อทราบข่าวว่าพระมาก็ดีใจเดินทางมาพบท่านบ้าง นิมนต์ไปทำบุญที่บ้านบ้าง ต่างก็ปรารถนาที่จะอำนวยความสดวกสบายทั้งผู้ที่เคารพนับถือท่านและผู้ที่เป็นลูกศิษย์และเพิ่งรู้จักใหม่ๆ
 

วันหนึ่งในงานแต่งงานของคุณพิมพา(อุ๋ย) ชินวรรโณและคุณชีวพัฒน์ นนทวานิช ทั้งสองได้นิมนต์ท่านอาจารย์สีนวลไปเจริญพระพุทธมนต์ประกอบพิธีแต่งงาน ผู้เขียนได้เป็นพิธีการ การทำบุญพิธีมงคลสมรส (แต่งงาน)ในวันนั้น หลังจากเสร็จพิธีแต่งงานถวายภัตตาหารพระสงฆ์แล้ว ท่านอาจารย์สีนวลได้สนทนากับบรรดาแขกที่มาในงานแต่งงานครั้งนั้น คุณเสาวภา บุตตรานนท์เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้ปรารภถึงเรื่องการริเริ่มสร้างวัดไทยขึ้นในสหรัฐเมริกาสักแห่งหนึ่ง เพราะในขณะนี้มีวัดไทยในประเทศอังกฤษ อินเดีย มาเลเซีย สิงค์โปร์แล้ว คนไทยในลอสแอนเจลิสก็มีจำนวนมากพอสมควร น่าที่จะมีวัดไว้เป็นที่พึ่งทางใจสักแห่ง จึงได้รับเรื่องนี้ แล้วนำไปพูดคุยกับคุณปัญญา ชูประเสริฐและคุณเกียรติ ประชาศรัยสรเดช และเพื่อนชาวไทยอีกจำนวนหนึ่ง
 

ดังนั้นคุณปัญญา ชูประเสริฐ จึงได้เชิญผู้ใหญ่หลายท่านที่พำนักอยู่ในละแวกเมืองลอสแอนเจลีสให้มาร่วมประชุมกันที่บ้านซึ่งมี คุณเกียรติ ประชาศรัยสรเดช, คุณอุไร วัลลิภากร, คุณเสาวภา บุตรานนท์, คุณอรุณ สีบุญเรือง, คุณเสรี เริงเกษตรกิจ, คุณจินตนา เริงเกษตรกิจ และผู้เขียน พร้อมทั้งพระอาจารย์สีนวล ที่ประชุมได้เชิญ
 

Mr. Edberg นักธุรกิจชาวอเมริกันเพื่อนของคุณอุไร วัลลิภากร มาร่วมด้วย ซึ่งทั้งสองท่านนี้ปวารณาที่จะมอบที่ดินที่เมือง Lancaster คนละ 2 เอเคอร์ให้สร้างวัดหากโครงการนี้ดำเนินต่อไป
 

คณะผู้ริเริ่มก่อตั้งได้ขอให้พระอาจารย์สีนวลนำเรื่องการสร้างวัดไปแจ้งกับคณะสงฆ์ผู้ใหญ่และรัฐบาลที่ประเทศไทย ส่วนคณะผู้ริเริ่มก่อตั้งจะทำการเดินเรื่องจดทะเบียนเป็นองค์กรณนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในทางกุศลสาธารณะ ไม่มีการค้ากำไร เพื่อประโยชน์ทั้งผู้บริจาคและพุทธสมาคมในเรื่องภาษี ซึ่งต่อมาได้จดทะเบียนว่า" American-Thai Buddhist Association" "พุทธสมาคมอเมริกัน-ไทย"โดยมีคุณอุไร วัลลิภากรเป็นประธานกรรมการอำนวยการ และคณะผู้ก่อตั้งเป็นกรรมการอำนวยการ โดยได้รับความช่วยเหลือร่วมมือจาก
 

Mr. Maurice Hardwick ทนายความผู้ใจบุญทำการร่างเอกสารและติดต่อกับทางราชการโดยมิได้คิดค่าตอบแทนใดๆ และได้รับใบอนุญาตเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 1969(2502)
 

ในขณะเดียวกันคณะกรรมการริเริ่มก่อตั้งได้มอบหมายให้คุณเสาวภา บุตรานนท์ทำหนังสือกราบเรียนไปยังเจ้าประคุณ สมเด็จพระอริยวงค์ศาตญาณ ปุณสิริมหาเถระ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก(ในขณะที่ทรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระวันรัต หรือที่ทุกคนเรียกท่านว่า"สมเด็จป๋า")วัดพระเชตุพน และมีจดหมายกราบเรียนถึงเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(ในขณะที่ทรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมปัญญาบดี)วัดสามพระยา เจ้าคณะจังหวัดพระนครในขณะนั้น เพื่อกราบเรียนความมุ่งหมายในการริเริ่มสร้างวัดไทยแห่งแรกในสหรัฐอเริกา และขอนิมนต์พระสงฆ์จากประเทศไทยรวมทั้งพระโสภณวชิรธรรม(ในขณะที่ทรงสมณศักดิ์ที่พระครูวชิรธรรมโสภณ)
สมเด็จพระวันรัตน์ ได้อนุมัติให้พระภิกษุ 3 รูป และศิษย์ 2 คนเดินทางมาในครั้งนั้นคือ
 

1. พระธรรมราชานุวัตร(ในขณะที่ดำรงสมณศักดิ์ที่พระราชโมลี) (หลวงเตี่ย )
 

2. พระครูวชิรธรรมโสภณ(พระอาจารย์สีนวล)
 

3. พระมหาสิงห์ทน นราสโภ พระสงฆ์ไทยรูปแรกที่ได้รับปริญญาเอก ทางศาสนาปรัชญา จากประเทศอินเดีย โดยมีนายธวัช จันทร์กาพรหม แล นายสุทัศน์ พงษ์ขวัญเป็นลูกศิษย์ติดตามมาปรณนิบัติพระที่จำพรรษาอยู่ที่นครลอสแอนเจลีสในครั้งนี้
 

พระครูวชิรธรรมโสภณ ได้นำเรื่องทั้งหมดแจ้งให้ พณฯจอมพลถนอม กิติขจร นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะปฏิวัติในขณะนั้นเพื่อรับทราบ พณฯท่านนายกรัฐมนตรีฯ มีความยินดีได้มอบพระพุทธรูป ภปร. พระพุทธชินราชจำลอง พร้อมทั้งโต๊ะหมู่ทองบูชา ให้มาประจำสำนักพุทธสมาคมอเมริกันไทยด้วย ซึ่งขณะนี้ได้ประดิษ ฐานอยูในพระอุโบสถศาลาวัดไทย นับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปองค์แรกจากประเทศไทยที่นำมสหรัฐอเมริกา เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัตน์ได้มอบพระไตรปิฎก และพัด(ตาละปัตร)ให้พระธรรมทูตนำมาในครั้งนั้นด้วย
 

คณะพระธรรมทูตทั้งสามรูป ได้เดินทางมาโดยสายการบิน Japan Air Line ถึงสนามบินลอสแอนเจลิสเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 1969(2502) เวลา 21.00 น. มีพุทธศาสนิกชนชาวไทยไปตั้งแถวรอรับกว่า 200 คน เมื่อคณะพระธรรมทูตเดินทางลงจากเครื่องบิน หลวงเตี่ยได้มอบพระพุทธรูป ภปร. พระพุทธชินราชจำลอง พระไตรปิฎก และพัด(ตาละปัตร) ซึ่งเป็นเครื่องหมายแทนพระรัตนตรัยให้คุณเชิดสกุล เมฆศรีวรวรรณ นายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ปี 1969 (ผู้เขียนดำรงตำแหน่งอุปนายกสมาคมไทยฯสมัยนี้) และคณะกรรมการผู้ริเริ่มก่อตั้งพุทธสมาคมอเมริกัน-ไทย ทุกคนต่างนั่งลงพนมมืออย่างงดงามยิ่งในขณะที่มีการมอบหมายในครั้งนั้น ต่อมาคณะพระธรรมทูตได้สวด"สัพพะโร." ให้พรสาธุชนที่ได้ไปรับพระรัตนตรัยที่สนามบินในวันนั้น ผู้เขียนมีความปลื้มปิติในเหตุการณ์และจดจำมาจนทุกวันนี้.
 
 
 
 

วัดไทยในสหรัฐฯ 2
 

ผู้เขียนเองรู้สึกตื้นตันและปิติในนิมิตหมายอันเป็นสิริมงคลในครั้งนั้น นับได้ว่าวันพุธที่ 23 กรกฎาคม พุทธศักราช 2512(1969) เป็นวันประวัติศาสตร์ของคนไทยในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในนครลอสแอนเจลิสที่พวกเราจะต้องจดจำไว้ว่า วันนี้เป็นวันที่พวกเราในสหรัฐฯได้พระรัตนตรัยมาคุ้มครอง คือ
 

1. พระพุทธรูป ภปร. แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 

2. พระไตรปิฎก หนังสือจารึกพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์
 

3. พัดหรือตาละปัตรและพระสงฆ์ แทนพระสาวกของพระพุทธองค์
 

หลังจากนั้นได้นิมนต์พระธรรมทูตทั้งสามและศิษย์ติดตามไปพักที่บ้านคุณเสาวภา บุตรานนท์ เลขที่ 1169 Laurel Wood Drive, Studio City, California, ซึ่งเธอได้นิมนต์ให้พระธรรมทูตอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ส่วนตัวเธอและลูกสาว 2 คนได้ลงไปอยู่บ้านพักรับรองเล็กชั้นล่าง และปวารณาตนรับใช้พระธรรมทูตโดยตลอด
 

เป็นที่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่งว่า วันที่พระธรรมทูตเดินทางมานั้นเป็นวันธรรมดาคือวันพุธ ยังมีพุทธศาสนิกชนชาวไทยไปรอรับที่สนามบินเป็นจำนวนกว่า 200 คน
 

นับเป็นการเสียสละอย่างยิ่งของคุณเสาวภา บุตรนนท์และครอบครัว ผู้เขียนยังภูมิใจในตัวเองว่า ได้เป็นคนแรกที่ได้ถวายอาหารเช้า ขนมจีบ ซาลาเปา พร้อมกับข้าวต้มที่คุณเสาวภาได้ต้มถวายในเช้าวันแรกที่พระธรรมทูตมาถึง ในขณะที่พุทธศาสนิก ชนอื่นๆ ยังคงเหน็ดเหนื่อยมาทำบุญตอนเช้าไม่ทันในวันแรก
 

ปรากฎการณ์ที่ประจวบเหมาะในครั้งนั้นซึ่งถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในโลกเทคโนโลยีทางอวกาศ สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานอวกาศ Apollo 11 ซึ่งมีมุษย์อวกาศ 3 คนนำโดย Commander Neil Armstrong, Mr. Edwin Aldrin, และ Commander Pilot Michael Collins ซึ่งได้นำยานอวกาศไปลงที่โลกพระจันทร์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 1969 เวลา19.56น. ตามเวลาท้องถิ่นเมืองลอสแอนเจลิส ซึ่งได้มีคำขวัญที่เขียนสรรเสริญไว้ว่า "That"s one small step for a man, one giant leap for mankind"
 

พวกเราชาวไทยที่ไปทำบุญที่บ้านพักที่พระธรรมทูตได้จำพรรษาอยู่ชั่วคราว ได้นั่งดูเหตุการณ์ ที่ถ่ายทอดการเดินเหยียบย่างโลกพระจันทร์ของมนุษย์อวกาศ ซึ่งได้จอดยานอวกาศอยู่ 3 วัน จนพระเดชพระคุณหลวงเตี่ยยังปรารภกับผู้เขียนว่า"เออนี่ช่างประจวบเหมาะดีจังนะ ที่พวกฉันทั้งสามได้เดินทางมาสหรัฐฯเป็นเวลาพร้อมกันกับสหรัฐฯส่งมนุษย์อวกาศไปลงโลกพระจันทร์พอดี คงต้องจารึกเป็นประวัติศาสตร์ไว้นะ" ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หลวงเตี่ยได้เดินทางมาสหรัฐอเมริกา
 

ในขณะที่พระภิกษุทั้งสามพักจำพรรษาอยู่นั้น บรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้เดินทางขึ้นไปนมัสการ ถวายภัตตาหารเช้า-เพล อยู่เป็นประจำ รวมทั้งนิมนต์ไปเจริญพระพุทธมนต์ทำบุญบ้านไม่เว้นแต่ละวัน พร้อมทั้งอาสาเป็นมัคคุเทศก์พาท่านไปทัศนศึกษาตามโอกาสอันควร ท่านอุปทูตอรุณ ภาณุพงษ์(ตำแหน่งในขณะนั้น)ได้เดินทางมาจากวอชิงตัน ดีซี มานมัสการและสนทนาปฏิสันถาร ถวายคำแนะนำแก่พระธรรมทูตด้วย
 

วันที่ 2 สิงหาคม พุทธศักราช 2512(1969) คือวันที่พวกเราพุทธศาสนิกชนชาวไทยในนครลอสแอนเจลิส และเขตใกล้เคียงได้ประกอบพิธี "อาสาฬหบูชา"ขึ้นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา ณ ห้องประชุมใหญ่โรงเรียน Lynwood High School, Lynwood, California
 

ก่อนวันงานมีพุทธศาสนิกชนซึ่งมีคณะกรรมการอำนวยการ พุทธสมาคมอเมริกันไทย และคณะกรรมการสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ซึ่งมีคุณเชิดสกุล เมฆศรีวรวรรณ เป็นนายกสมาคมฯ เป็นกำลังสำคัญได้ไปเตรียมทำดอกบัวผ้าและบัวกระดาษ ตั้งกองผ้าป่าฯ และเครื่องอัฏฐบริขารเท่าที่จะหามาได้ ตามกำลังศรัทธาของแต่ละคน โดยปักดอกบัวที่มีเทียนตรงกลางไว้รอบๆหอประชุม และได้นำต้นผ้าป่าฯไปตั้งไว้บนเวทีหอประชุมโรงเรียน Lynwood ซึ่งมีอาจารย์ใหญ่ Mr.Vernia ให้ความสะดวกในการจัดงานในครั้งนี้ บนเวทีได้นำรูปวาดของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับใต้ร่มโพธิ์ขนาดใหญ่ แขวนไว้เหนือโต๊ะหมู่ทองบูชา มีเก้าอี้ที่นั่ง อาสนะพระสงฆ์ 3 ที่นั่งกลางเวที เมื่อเวลา 11.00 น.พุทธศานิกชนได้ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ทั้งสาม และร่วมรับประทานอาหารกันอย่างมีความสุข
 

เวลา 13.00 น. พระสงฆ์และสาธุชนได้ประกอบพิธีเวียนเทียนเดินรอบห้องประชุม 3 รอบ โดยนำต้นผ้าป่าฯ ที่ตระเตรียมกันมาหลายต้นเข้าพิธีแห่ เมื่อเวียนเทียนจบแล้วได้ปักดอกบัวผ้าและบัวกระดาษไว้รอบห้องประชุมข้างนอก และทุกคนเข้านั่งในห้องประชุมจนล้นออกมาข้างนอก ประมาณว่ามีคนไปร่วมงานครั้งนี้กว่า 1,000 คน และเป็นที่น่ายินดีว่าสถานีวิทยุ บีบีซี ได้มาทำการถ่ายทอดพิธีการครั้งนี้ด้วย
 

เมื่อทุกคนเข้าประจำที่นั่งหมดแล้ว ผู้เขียนในฐานะพิธีกรทางศาสนาได้เริ่มนำพุทธศาสนิกชนอาราธนาศีล หลวงเตี่ยได้ให้ศีลและนำพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ หลังจากนั้นได้มีการแสดงพระธรรมเทศนา 2 ธรรมมาสน์ เรียกว่าเทศน์ "ปุจฉาวิสัชนา"(รูปหนึ่งคือหลวงเตี่ยปุจฉาถาม และรูปหนึ่งคือพระอาจารย์สีนวลวิสัชนาตอบ)เรื่องความเป็นมาของวันอาสาฬหบูชา และการเกิดเหตุการณ์สำคัญในวันนี้ ผู้เขียนเองอยากจะฟังพระธรรมเทศนาเช่นนี้อีก ซึ่งอาจจะชักชวนให้สาธุชนที่ยังไม่เคยฟังได้ศึกษากันอีกสักครั้ง
 

ในการประกอบพิธีวันนั้นผู้เขียนซึ่งเป็นพิธีกรรู้สึกตื่นเต้นและปีติเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นภาพพวกเราชาวพุทธทั้งหลายนั่งอยู่ในท่าสงบ พนมมือรับฟังพระท่านเจริญพระพุทธมนต์ด้วยดวงจิตที่อิ่มเอิบอย่างที่ไม่เคยฝึกซ้อมกันมาก่อน แต่เหตุการณ์ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างมีระเบียบเรียบร้อยอย่างยิ่ง ต่อจากนั้นได้ทำพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีได้รับเงินบริจาคทั้งสิ้นกว่า 4,000 ดอลล่าร์ (อัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้น 18 บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์สหรัฐ) ซึ่งนับได้ว่าเป็นเงินมากพอสมควร เมื่อพิจารณาในรูปของพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาในขณะนั้น
 

การประกอบพิธีการ"วันอาสาฬหบูชา"ของพุทธศาสนิกชนชาวไทยครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากชาวไทยทุกคน แม้ว่าจะยังไม่มีหนังสือพิมพ์และสื่อเสมือนยุคปัจจุบัน แต่ได้มีการโทรศัพท์ติดต่อปากต่อปากของพวกเราชาวพุทธที่รักใคร่กลมเกลียวกันยิ่งในสมัยนั้น ชักชวนกันมาร่วมพิธีอย่างล้นหลามและทุกคนได้เดินทางกลับด้วยความอิ่มเอิบใจที่ได้มีพระสงฆ์นำพระพุทธศาสนามาโปรดญาติโยมถึงที่นี่
 

ผู้เขียนจึงอยากขอเรียนให้พวกเราที่นี่ทุกคนหันหน้ามาร่วมมือร่วมใจกันเหมือนแต่ก่อนเถิด โปรดติเพื่อก่อพอสมควร พวกเราที่มาอยู่ที่นี่ล้วนเป็นผู้เจริญแล้วทั้งทางด้านความรู้ สติปัญญา การกล่าวหาว่าร้ายกันจะเป็นผลร้ายต่อผู้กล่าวหาเอง เพราะผู้กล่าวร้ายว่าคนอื่นคือผู้มีความอิจฉาอยู่ในใจ ไม่ชอบให้ใครทำความดี มองหาแต่ความผิดพลาดของผู้อื่น หยุดเสียเถิดครับท่านทั้งหลาย ดังคำกลอนสอนใจบทหนึ่งที่ว่า
 

"ถึงโลกนี้มีธรรมประจำที่ เมื่อทำดีไม่ได้ดีมีที่ไหน
 

จะสุขบ้างทุกข์บ้างช่างปะไร เป็นวิสัยของมนุษย์ปุถุชน"
วัดไทยในสหรัฐฯ 3
 

ตลอดเวลาที่พระธรรมทูตทั้งสามได้จำพรรษาและปฏิบัติหน้าที่อยู่ คณะกรรมการอำนวยการและสาธุชนอื่นๆได้พยายามจะหาที่สร้างวัด แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ แม้ว่าคุณอุไร วัลลิภากรณ์และ Mr. Edberg ได้ปวารณาที่ดินที่เมือง Lancaster ให้ก็ตาม เหตุเพราะที่ดินอยู่ห่างไกลชุมชนไทยมากไปในขณะนั้น คณะกรรมการอำนวยการจึงให้ยับยั้งไว้ก่อน ให้พยายามหาที่ใกล้เคียงเมืองลอสแอนเจลีสเป็นสำคัญ อีกประการหนึ่งปัจจัยที่เก็บได้จาการบริจาคมีเพียงประมาณ 5,000 ดอลล่าร์จึงยังไม่เพียงพอที่จะนำไปซื้อที่ได้
 

ในที่สุดโครงการได้หยุดชงักลงเนื่องด้วยทุกคนยังอยู่ในวัยทำมาหากินและต้องทำงานเลี้ยงปากเลี้ยงท้องและครอบครัว พระธรรมทูตทั้งสามได้เดินทางกลับเมื่อออกพรรษแล้ว คงเหลือไว้แต่ สัญญลักษณ์ของพระรัตนตรัยเท่านั้น
 

กำเนิดวัดไทยวัดแรกในสหรัฐอเมริกา
 

ต่อมาเมื่อเดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2514(1971)คณะสงฆ์อันมีพระเดชพระคุณพระธรรมโกศาจารย(ชอบอนุจารี) วัดราษฎร์บำรุงเป็นหัวหน้าคณะและมีพระมหาธีระพันธ์ เมตตาวิหารี เป็นเลขานุการเดินทางมาเยือนสหรัฐอเมริกา คุณเกียรติ ประชาศรัยสรเดชได้ทราบข่าวจึงได้นิมนต์แวะพักที่นครลอสแอนเจลีสก่อนเดินทางกลับปรเทศไทย ได้พบปะกับคุณพูนศักดิ์ ซอโสตถิกุลและสาธุชนจำนวนหนึ่งที่บ้านพักของคุณเกียรติ ได้สนทนาวิสาสะถึงการสร้างวัดไทยขึ้นในนครลอสแอนเจลีส
 

คุณพูนศักดิ์ ซอโสถิกุลเป็นบุตรชายของคุณวิชัย-คุณบุญสม ซอโสตถิกุล จบปริญญาตรีทางเศรษฐศาสตร์จาก San Fernando State College or California State University at Northridge และจบปริญญาโททางเศรษฐศาสตร์จาก University of Southern California เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วได้ประกอบอาชีพเปิดสำนักงานซื้อขายบ้านและอสังหาริมทรัพย์ชื่อ Siam Sales Corporation ขึ้นที่เมือง Studio City, California
 

คุณพูนศักดิ์และคุณเกียรติได้สนทนากับพระเดชพระคุณพระธรรมโกศาจารย์ถึงการสร้างวัด คุณพูนศักดิ์ได้
 

ปราวณาถวายที่ดินและบ้านเลขที่ 16326 Chase Blvd., Sepulveda, CA ใกล้สนามบิน Van Nuys ให้เป็นที่สร้างวัดในครั้งแรกและได้จดทะเบียนเป็น”ศูนย์พุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท” (Theravada Buddhist Center Inc.) เป็นองกรณ์การกุศลไม่ประกอบการค้ากำไรNon-Profit Organization, เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พุทธศักราช 2514(1971) โดยมีคุณพูนศักดิ์ ซอโสถิกุล เป็นประธานกรรมการ, คุณเกียรติ ประชาศรัยสรเดช เป็นรองประธานกรรมการ, คุณอุไร เรือนพรหม เป็นเหรัญญิก, และคุณนิคม สีห์สุรัตน์เป็นเลขานุการ
 

วันที่ 6 กรกฎาคม 2514 พระเดชพระคุณพระธรรมโกศาจารย์ได้ส่งและมอบหมายให้พระมหาธีระพันธ์ เมตตาวิหารี วัดมหาธาตมาจำพรรษาอยู่ 1 พรรษาและเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อออกพรรษาแล้ว
 

เนื่องจากทำเลการสร้างวัดในบริเวณนี้อยู่ใกล้สนามบินจึงไม่ค่อยปลอดภัย และกฏหมายผังเมืองไม่อนุญาติให้ก่อสร้างวัดในที่แห่งนี้ ดังนั้นคณะกรรมการจึงได้ปรึกษาหารือตกลงกัน สรุปได้ว่าคุณวิชัย-คุณบุญสม ซอโสตถิกุลบิดาและมารดาของคุณพูนศักดิ์ได้ขอถวายที่ดินที่สร้างวัดในปัจจุบันเลขที่ 12909 Cantara Street, North Hollywood, California จำนวนเนื้อที่ 5 ไร่ 2 งาน(เกือบ 2 เอเคอร์)ตามโฉนดเลขที่ 1212 หนังสือเล่มที่ 18 หน้า 126 แผนที่หมายเลข 127 กรมที่ดินนครลอสแอนเจลีส โดยทำพิธีมอบถวายโฉนดที่ดินเพื่อสร้างวัดไทยลอสแอนเจลีสต่อท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต ปุณณสิริมหาเถระ ซึ่งต่อมาได้ทรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระอริยวงค์ศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช วัดพระเชตุพนและพระสงฆ์ที่มาร่วมเดินทางมาด้วยจำนวน 16 รูป โดยมีกงสุลใหญ่ประจำนครลอสแอนเจลีสคนแรกหม่อมเจ้ายุธิษเฐียร สวัสดิ์วัฒน์, นายประกอบ มุกุระ นายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ 1972, นายเกียรติ ประชาศรัยสรเดช, นางอุไร วัลลิภากร และนายอรุณ สีบุญเรือง เซ็นรับรองเป็นพยาน เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พุทธศักราช 2515(1972) ณ ทำเนียบกงสุลใหญ่ประจำนครลอสแอนเจลีส บนยอดเขาถนนClear View Dr., Bel Aire, California
 

ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัตได้ทรงวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถศาลาเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2515(1972) เวลา เช้าหกนาฬิกา ยี่สิบเก้าวินาที(6.29 น.) ซึ่งถือเป็นศุภฤกษ์ของการสร้างพระอุโบสถวัดไทยแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาซึ่งได้ใช้เวลาและเงินก่อสร้าง กว่า 534,188.00 ดอลล่าร์ โดยได้รับบริจาคจากชาวไทยทั้งในสหรัฐและประเทศไทย นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของชาวไทยที่นี่ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นปฏิมากรรมที่เชิดชูศิลปกรรมและวัฒนธรรมของชาติไทยที่โดดเด่นยิ่งในปัจจุบัน( อนึ่งพระมงคลเทพโมลี วัดสุทัศน์ในขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระพุทธมนต์วราจารย์ หัวหน้าสงฆ์วัดไทยรูปที่ 2 เป็นผู้กำหนดฤกษ์พิธี)
 

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2515ได้ย้ายพระพุทธรูป “พระพุทธชินบพิตรลอสแอนเจลิสอภิปูชนีย์ ซึ่งสร้างถวายโดยพระเดชพระคุณพระธรรมโกศาจารย์ วัดราษฏร์บำรุง และเครื่องสังฆภัณฑ์ทั้งหมดมาที่วัดปัจจุบันและได้นิมนต์พระสงฆ์ 5 รูปมาประจำวัดไทยรุ่นแรกคือ
 

1. พระมหาโสบิน โสปาโก วัดมหาธาตุ หัวหน้าสงฆ์รูปแรกวัดไทยลอสแอนเจลิส
 

2. พระมหาเขื่อนคำ อตฺตสนฺโต วัดวชิรธรรมสาธิต
 

3. พระครูพิบูลย์ โพธาพิรัต วัดมหาธาตุ
 

4. พระองอาจ จนทฺโชโต วัดวชิรธรรมสาธิต
 

5. พระมหาจวน จริตฺธมฺโม วัดเชตวัน กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
 

โครงการก่อสร้างวัดไทยได้เริ่มขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยพระมหาโสบิน โสปาโกและคณะสงฆ์พร้อมทั้งฝ่ายฆราวาสได้ช่วยกันหักล้าง ถางพงตลอดทุกวันคืน ซึ่งแผ่นดินผืนนี้มีบ้าน 2 หลังเก่าๆและเป็นป่ารกชัฎจึงต้องใช้เวลาการกำจัดสิ่งรกร้าง โครงการก่อสร้างอุโบสถเป็นโครงการแรกของการสร้างวัดไทยฯ จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการทั้งฝ่ายสงฆ์และฝ่ายฆราวาสร่วมกัน ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (ทรัพย์ โฆสกมหาเถระ)วัดสังเวชวิศยาราม เป็นประธานกรรมการฝ่ายสงฆ์ สมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดจักวรรดิ์ราชาธิวาส เป็นรองประธานฝ่ายสงฆ์ ศาสตราจารย์สุกิจ นิมมานเหมินทร์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส เมื่อถึงอนิจกรรม จึงได้แต่งตั้ง พลตำรวจโทชุมพล โลหะชาละ เป็นประธานต่อมาและนายเพียรศักดิ์ ซอโสตถิกุล เป็นเลขานุการ
 

ผู้เขียนขออนุโมทนาในส่วนบุญที่ครอบครัวซอโสตถิกุลได้มอบให้แก่พระบวรพุทธศาสนาและคนไทยในสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะในนครลอสแอนเจลิสนี้ ซึ่งวัดไทยแห่งนี้ได้เป็นปูชนียสถานสำคัญของคนไทยที่นี่ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่พึ่งทางใจของเราและนัดพบ เป็นที่พักอาศัยของผู้มาเยี่ยมเยือน และเป็นที่รับรองอาคันตุกะผู้ใหญ่จากประเทศไทยที่พวกเราได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับในนามของชุมชนชาวไทย ณ นครลอสแอน เจลิส นี้เช่น สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ทรงเสด็จมาเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2516(1973), อดีตนายกรัฐมนตรี พณฯ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์,พณฯพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ พณฯเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ พณฯ ชวน หลีกภัย, พณฯนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร, พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พณฯอดีตนายกรัฐมนตรีพลเอกชวลิตร ยงใจยุทธ พณฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะฯลฯเป็นต้น
 

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2517(1974) คุณพูนศักดิ์ ซอโสตถิกุล ประธานกรรมการอำนวยการวัดไทยลอสแอนเจลิสได้เสียชีวิตลง โดยเหตุสืบเนื่องมาจากงานที่รับผิดชอบ ที่คุณพูนศักดิ์และคณะกรรมการวัดไทยรวมทั้งผู้เขียนและภรรยาได้ทำการเลี้ยงรับรองต้อนรับคณะศิลปินที่เดินทางมาหาเงินช่วยสมทบทุนสร้างอุโบสถวัดไทยมี คณะตลกสี่สี ศรีเผือก, ศรีสุริยา และเทพ เทียนชัย และนักร้อง คุณรุ่งฤดี แพ่งผ่องใส คุณมาณี มณีวรรณ ที่ร้านอาหาร “สยาม” ฮอลลี่วู๊ด ได้เกิดมีการยิงปืนต่อสู้กันระหว่างคน 2 กลุ่มในร้านอาหาร กระสุนพลาดไปถูกคุณพูนศักดิ์ ซอโสตถิกุล ถึงเสียชีวิต ยังความเศร้าสลดใจมาสู่ชุมชนชาวไทยในนครลอสแอนเจลิส โดยเฉพาะคณะสงฆ์และกรรมการวัดไทย ที่ต้องเสียผู้ได้เริ่มก่อสร้างวัดไทยมาตามลำดับ (ผู้เขียนเคยเล่าเหตุการณ์นี้ในตอนหนึ่งของสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้สมัยคุณเชิดสกุล เมฆศรีวรวรรณ เป็นนายกฯ)
 

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2518 พระมงคลเทพโมลี(พูนทรัพย์ โชติปาโล) วัดสุทัศน์เทพวราราม ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระพุทธมนต์วราจารย์ เดินทางมาเป็นหัวหน้าสงฆ์หรือเจ้าอาวาสรูปที่ 2 พระอุโบสถศาลาได้เริ่มก่อสร้างชั้นล่างพระเดชพระคุณพระมงคลเทพโมลีได้ทำพิธีหล่อหลวงพ่อแก้วมรกตที่วัดสุทัศน์ฯ และนำมาโดยสายการบิน แอร์สยาม เพื่อมาประดิษฐ์ฐานที่วัดไทยเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2517
 

ปีพุทธศักราช 2522 พระธรรมราชานุวัตร (หลวงเตี่ย) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพโสภณ วัดพระเชตุพน ได้เดินทางมาเป็นหัวหน้าสงฆ์หรือเจ้าอาวาสรูปที่ 3 ท่านได้ดำเนินงานการก่อสร้างอุโบสถศาลาจนสำเร็จเรียบร้อยทั้งชั้นล่างและชั้นบน
 

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2522 พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีได้มาเป็นประธาน ประกอบพิธีมุงกระเบื้องหลังคาอุโบสถศาลาเป็นปฐมฤกษ์
 

ชาวไทยในนครลอสแอนเจลิสมีความปิติยินดีอย่างยิ่งที่ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วาสนามหาเถระ วัดราชบพิตร ได้เสด็จเยี่ยมวัดไทยลอสแอนเจลิสถึง 5 ครั้งถึงแม้นว่าพระองค์ท่านเป็นพระสงฆ์สายธรรมยุติก็ตาม แต่พระองค์ท่านได้ให้ความร่มเย็นแด่พระสงฆ์ทั้งสองนิกาย วาระต่างๆที่พระองค์ท่านได้เสด็จเยี่ยมวัดไทยมีดังนี้
 

วันที่ 18 เมษายน 2518(1975) ทรงเสด็จครั้งแรกมาทอดผ้าป่าฯ
 

วันที่ 21 ตุลาคม 2522 ทรงเสด็จมายกช่อฟ้าและทอดกฐินประจำปี
 

วันที่ 4 เมษายน 2523 ทรงเสด็จมาประดิษฐานพระประธานหลวงพ่อพระพุทธนรเทพศาสดา โดยบริษัทการบินไทยได้เปิดเที่ยวปฐมฤกษ์กรุงเทพฯ-ลอสแอนเจลิสเป็นผู้อัญเชิญมา
 

วันที่ 17 ตุลาคม 2525 ทรงเสด็จตัดลูกนิมิต และทรงเปิดอนุสาวรีย์คุณพูนศักดิ์ ซอโสตถิกุล
 

วันที่ 26 ตุลาคม 2527 ทรงเสด็จมาวางศิลาฤกษ์โรงเรียนพุทธศาสนาวัดไทย แต่ทรงประชวรก่อนหน้าไม่กี่ชั่วโมง
 

จึงนับได้ว่าวัดไทยลอสแอนเจลิส ได้มีโอกาสถวายการต้อนรับ สมเด็จพระอริวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วาสนามหาเถระถึง 5 ครั้งโดยเฉพาะเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2525 ได้ทรงเสด็จมาตัดลูกนิมิต มีพระสงฆ์ติดตามมาจำนวน 159 รูป นับเป็นประวัติศาสตร์ที่พึงจดจำที่สุด.

ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนี้
ชื่อ / อีเมล์
Security Code กรอก Security Code
รายละเอียด   
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
 

วัตถุมงคล กว่า 2,000 รายการ คลิกที่นี่

ติดต่อบูชา เครื่องราง ของขลังบนเว็บ รับสายเวลา 8.30-17.30 น. ทุกวัน
โทร
089-8608818, 087-7399336, 087-8452061 คุณภัส และพนักงานร้านรับสาย
เบอร์ร้าน-Fax055411012 ร้านวรันณ์ธร 282/17 ถ.อินใจมี ต.ท่าอิฐ   อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 53000
ร้านอยู่ 4 แยกไฟแดง ตรงข้าม หน้าโรงเรียนอุตรดิตถ์
แผนที่ร้านคลิกที่นี่

ข่าวหนังสือพิมพ์ หวยหุ้น หวย