เครื่องราง ของขลัง หายาก กว่า 2000 รายการ
ร้านวรันณ์ธร จังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้สร้างวัตถุมงคล เครื่องราง ของขลัง ผลิต และจำหน่าย ส่ง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศทั่วโลก
โทร
087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061 คุณภัส และพนักงานในร้านรับสาย

โปรโมชั่นแจกหลวงปู่ทวดรุ่น9เหล็กไหล
บูชาวัตถุมงคล บนเว็บ Utdid.com  หรือหน้าร้านวรันณ์ธร ทุก 500 บาท รับหลวงปู่ทวดรุ่น 9 เหล็กไหล 1 องค์
ดูข้อมูลหลวงปู่ทวด รุ่น 9 เหล็กไหล คลิกที่นี่  บูชาวัตถุมงคล 5,000 พันบาท รับ 10 องค์ บูชา 10,000 หมื่นบาท รับ 20 องค์

สั่งวัตถุมงคลทุกอย่างบนเว็บ แถมชุดของขลังต่างๆ มากมาย ดูรายละเอียด คลิกที่นี่

ประวัติหลวงพ่อแฉล้ม ฉันทวัณโณ วัดกระโดงทอง จ.อยุธยา

ประวัติหลวงพ่อแฉล้ม ฉันทวัณโณ วัดกระโดงทอง จ.อยุธยา

 
ประวัติหลวงพ่อแฉล้ม ฉันทวัณโณ วัดกระโดงทอง จ.อยุธยา นอกจากท่านจะเป็นที่เคารพศรัทธาของลูกศิษย์ในด้านพระหมอ วิธีการรักษาและด้านพุทธาคมแล้วท่านมักสอนให้เรายึดหลักไตรสรณคมน์ คือ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ คำว่า สรณัง หรือ สรณะ แปลว่า ที่พึ่ง ให้ยึดเป็นที่พึ่งทางใจ ของดีเวลาให้ไม่อยากจะรับกัน ไม่รู้ไปไขว่คว้าหาอะไรกัน
ประวัติหลวงปู่แฉล้ม ฉันทวัณโณ วัดกระโดงทอง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ประวัติวัดกระโดงทอง วัดกระโดงทอง มีหลักฐานการสร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ หรือราวปี พุทธศักราช ๒๔๐๐ และได้รับพระราชวิสุงคามสีมาปีพุทธศักราช ๒๔๗๓ เล่ากันว่าพ่อค้าสำเภา ได้มาดำเนินการจัดสร้าง โดยใช้เสากระโดงเรือปักหมายไว้เป็นสัญญลักษณ์ ระยะแรกเรียก “วัดเสากระโดงทอง” ต่อมา คำว่าเสาหายไป คงเหลือเป็นนามวัดว่า “วัดกระโดงทอง”สืบมาจนปัจจุบัน วัดกระโดงทอง มีปูชนียวัตถุ คือ พระประธานในอุโบสถ บริเวณตรงกลางโต๊ะหมู่บูชาหน้าพระประธานในพระอุโบสถ มีภาพของหลวงพ่อปาน มีข้อความเขียนใต้ภาพว่า พระครูวิหารกิจจา นุการ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ผู้จัดการสร้างศาลาการเปรียญ และโบสถ์วัดกระโดงทอง เมื่อพ.ศ.๒๔๖๔ โดยพระครูอุดมสมาจารย์ หลวงพ่อนัด เป็นประธานสร้างศาลา พระครูชื้น เป็นประธานสร้างโบสถ์ พ.ศ.๒๔๗๓ และยังมีหลวงปู่พระพุทธเกษร พระพุทธรูปปั้นหล่อด้วยเกสรดอกไม้ปิดทอง ตั้งบนฐานรองบัวหงายบัวคว่ำ หน้าตักกว้าง ๕๒.๕ ซ.ม. สูง ๘๐ ซ.ม.
 
ประดิษฐานอยู่ในพระปรางค์ดุสิตราช
วัดกระโดงทอง มีเจ้าอาวาสปกครองวัดนับถึงปัจจุบันได้ ๑๐ รูป ดังนี้
๑.พระอาจารย์ช้าง
๒.พระอาจารย์แก่น
๓.พระอาจารย์ฟัก
๔.พระอาจารย์พวง
๕.พระอาจารย์มาก
๖.พระครูอุดมสมาจารย์ (นัด เกสโร ) ถึง พ.ศ.๒๔๖๙
๗.พระครูชื้น จนทสุวณโณ (พ.ศ.๒๔๖๙ ถึง พ.ศ.๒๔๘๑)
๘.พระครูวิบูลย์ธรรมศาสตร์ (สังวาลย์ คุตฺตธมฺโม) (พ.ศ.๒๔๘๒ ถึง พ.ศ.๒๕๓๘)
๙.พระครูพิลาศธรรมานุกูล (วงษ์ สุธมฺโม) (พ.ศ.๒๕๓๙ ถึง พ.ศ.๒๕๔๗)
๑๐.พระครูใบฎีกาวิเชียร ชุตินธโณ (พ.ศ.๒๕๔๘ ถึงปัจจุบัน)
ประวัติหลวงปู่แฉล้ม ฉันทวัณโณ
ชาติภูมิ หลวงปู่แฉล้ม
หลวงพ่อแฉล้ม มีชาติกำเนิดในสกุล ไวระตา เดิมชื่อว่า แฉล้ม เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๖ ตรงกับวันอังคาร ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๑๐ ณ ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โยมบิดาชื่อ “ไปล่” โยมมารดาชื่อ “เหรียญ” มีพี่น้องทั้งหมด ๕ คน ท่านเป็นบุตรคนที่ ๒
ปฐมวัย หลวงพ่อแฉล้ม

ชีวิตในวัยเด็กท่านได้ศึกษาเล่าเรียนพร้อมทั้งเป็นเด็กวัดอยู่ที่วัดกระโดงทอง ท่านเป็นคนชอบทำบุญ ในแต่ละปีท่านจะเดินทางไปกับยายฉัตรและเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามวัดกระโดงทอง เพื่อช่วยงานวัดในบริเวณใกล้เคียง เช่น วัดบ้านแพน วัดบางนมโค ยายฉัตรแกเป็นพี่น้องกับพระอธิการเล็ก เกสโร เจ้าอาวาสต่อจากหลวงพ่อปาน ซึ่งยายฉัตรจะเดินทางไปกับเพื่อนบ้านเพื่อไปเป็นแม่ครัวที่วัดบางนมโค ขณะนั้นหลวงพ่อปานท่านยังมีชีวิตอยู่

การเดินทางในสมัยก่อนใช้เพียงเรือกับการเดินทางเท้า หลวงปู่แฉล้มในขณะที่ยังเป็นเด็กขอติดตามไปกับยายฉัตรด้วยเพื่อจะไปช่วยงานบุญของทางวัดบางนมโค และท่านก็ยังเคยเข้าไปกราบหลวงพ่อปานอยู่หลายครั้ง ท่านเป็นผู้ที่รักความถูกต้องน้องๆทุกคนเกรงกลัวท่าน ท่านเคยเล่าให้ฟังว่าน้องท่านได้ทำผิด ท่านตีน้องจึงถูกแม่ของท่านว่า ช่วงหลังๆคราวที่น้องท่านทำผิด ท่านจะอุ้มน้องแอบไปตีที่หลังบ้านเพื่อไม่ให้แม่ของท่านเห็น น้องๆทุกคนเกรงกลัวท่าน

วัดกระโดงทองในยุคนั้น มีคณาจารย์ที่มีชื่อเสียง ผู้คนในบ้านแพนนับถือท่าน คือ พระอาจารย์จำปี หรือ พระอาจารย์ปี จนฺทาโภ ท่านเป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติที่ดี และมีความเก่งกล้าสามารถในเรื่องของเวทย์มนต์คาถา ที่ได้ศึกษาร่ำเรียนมาจากหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงปู่แฉล้มในขณะนั้นที่เป็นเด็กวัด ก็เคยสนทนากับพระอาจารย์ปี อยู่บ่อยครั้ง
บวชสามเณร สู่ร่มกาสาวพัสตร์

ในเวลาต่อมา ท่านได้เดินทางไปทำงานก่อสร้างถนนกับอาที่ตำบลบ้านสร้าง ซึ่งเป็นบ้านเกิดพ่อของท่าน อยู่ในเขตอำเภอบางปะอินติดต่อกับอำเภอวังน้อย อยุธยา ทำงานอยู่ได้เพียงไม่กี่วัน ท่านก็เกิดความเบื่อหน่าย จึงได้บอกกับอาของท่านว่า “อยากบวชเณร” อาท่านถามว่า “อยากจะบวชจริงหรือ” ท่านตอบว่า “อยากบวชจริง” อาของท่านจึงพาไปบวชเป็นสามเณรที่วัดบ้านสร้าง วัดบ้านสร้างในสมัยนั้น มีพระครูนิเทศธรรมกถา หรือ หลวงพ่อพัน เป็นเจ้าอาวาสปกครองอยู่ เมื่อวัยเยาว์บิดาของหลวงพ่อพันได้นำท่านไปฝากเรียนกับพระอธิการแจ้งเจ้าอาวาสวัดขนอนใต้(สมณศักดิ์ขณะนั้นต่อมาได้เลื่อนเป็นพระครูสังฆรักษ์และพระครูสุทธาจารวัตรตามลำดับ) เมื่ออายุครบบวช ท่านได้บวชที่วัดขนอนใต้ โดยมีเจ้าอธิการด้วงแห่งวัดขนอนเหนือเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการแจ้งและพระอาจารย์ธูปแห่งวัดขนอนใต้เป็นพระคู่กรรมวาจาจารย์ ต่อมาในปี๒๔๔๙ท่านได้เลื่อนเป็นพระครูพันเจ้าคณะแขวงอุทัยน้อย (วังน้อย) และในปี ๒๔๕๑ได้รับพระราชทานราชทินนามเป็น"พระครูนิเทศธรรมกถา" ถือได้ว่าหลวงพ่อพันท่านนี้ไม่ธรรมดา ซึ่งหลวงพ่อพันท่านนี้เป็นผู้บวชสามเณรให้แก่หลวงปู่แฉล้มในขณะนั้น
 
ออกธุดงค์ ในขณะที่ท่านบวชเรียนอยู่กับหลวงพ่อพันที่วัดบ้านสร้าง ครั้งหนึ่งท่านเห็นพระสงฆ์ที่วัดบ้านสร้าง ๒ รูปจะออกธุดงค์ ท่านคิดที่จะออกธุดงค์ติดตามไปด้วย พระสงฆ์สองรูปไม่อนุญาติให้ท่านติดตามไปด้วย เพราะไม่มีกาน้ำ เกรงว่าท่านจะอดน้ำตาย ในวันนั้นท่านไม่ได้ออกธุดงค์ถึงแม้ท่านหากาน้ำได้ แต่ก็เป็นเวลาเย็นแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้นท่านจึงออกธุดงค์เพียงรูปเดียวโดยจะเดินทางไปจังหวัดสระบุรี ท่านเดินไปตามทางรถไฟซึ่งมีระยะทางค่อนข้างไกล จนเท้าของท่านเกิดอาการอักเสบ บวม พองเป็นน้ำ จนทำให้ท่านเดินไม่ไหว จึงได้โบกรถขอความช่วยเหลือจากผู้มีน้ำใจ ก็มีคนรับท่านขึ้นรถ ขับไปค่อนข้างไกลท่านได้มองเห็นพระธุดงค์ปักกลด อยู่ด้วยกัน ๓ รูป ซึ่งไม่รู้จักแต่ท่านขอลงตรงนั้น
 
การออกธุดงค์ของท่าน ได้เคยพบเหตุการณ์ประหลาด ในค่ำคืนหนึ่ง ขณะที่ท่านกำลังจะปฏิบัติกรรมฐาน ก็ได้มีหมาดำตัวใหญ่ลักษณะน่ากลัว ท่านเห็นว่ามันเดินผ่านไปมาที่ตรงบริเวณรอบๆท่าน แต่ท่านก็ใจเย็น ลุกขึ้นยืนรวบกลด แล้วลงนั่งเจริญกรรมฐานและแผ่เมตตา ปรากฎว่าหมาดำตัวนั้นไม่ทำอะไรท่าน มันทำได้เพียงแค่เดินไปมา ในค่ำคืนนั้นไม่มีอันตรายใดๆเกิดขึ้นกับท่านแม้แต่นิดเดียว

หลวงปู่แฉล้ม ท่านบวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดบ้านสร้างได้ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อพันประมาณ ๓ พรรษา ก็ลาสิกขากราบลาหลวงพ่อพัน กลับมาอยู่ที่บ้านโพธิ์ ที่อำเภอเสนา
 
บรรพชาครั้งแรก

เมื่ออายุครบท่านได้ อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดกระโดงทอง โดยมีพระพรหมวิหารคุณ (หลวงพ่อยิ้ม) วัดเจ้าเจ็ดใน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สังวาลย์ วัดกระโดงทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์โล่ วัดกระโดงทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ในขณะที่อุปสมบทอยู่ก็ได้ศึกษาพระธรรมของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เพียง ๓ พรรษา ท่านก็จำเป็นต้องลาสิกขา เพื่อไปรับใช้ชาติ
เป็นทหารและมีครอบครัว ท่านได้เข้ารับสมัครเป็นทหาร เพื่อไปรับใช้ชาติ ได้เพียงหนึ่งปีเศษ ก็ต้องปลดประจำการ เนื่องจากช่วงนั้นมีเหตุการณ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในหลวงรัชกาลที่ ๘ ถูกรอบปลงพระชนม์ จึงทำให้บ้านเมืองระส่ำระส่าย หทารจำนวนมากถูกปลดออกรวมถึงตัวท่าน หลังจากการปลดประจำการท่านมีครอบครัวและมีบุตร ๓ คน ท่านทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าครอบครัวที่ดี จนครอบครัวของท่านมีความสุขสบายแล้ว ดั่งที่ท่านได้ปรารถนาไว้ สิ่งที่ท่านปรารถนาได้เกิดขึ้น คือ เมื่อใดที่ครอบครัวท่านสบายแล้ว ท่านจะขอกลับมารับใช้ พระศาสนา จนกว่าชีวิตจะหาไม่
บรรพชาครั้งที่สอง
 
ท่านได้กลับมาครองผ้าไตรจีวรใหม่อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ท่านคิดที่จะตัดทางโลก หลีกพ้นกิเลสตัณหาทั้งปวง ท่านจึงได้ไปบวชอยู่ที่ วัดทรงเสวย จังหวัดชัยนาท โดยมีพระครูวิชัยสาธุกิจ (หลวงพ่อย้อย) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “ฉนฺทวณฺโณ” วัดทรงเสวยในสมัยก่อนเป็นวัดป่า หลวงปู่แฉล้มท่านเป็นพระที่มีระเบียบเคร่งครัดในพระวินัย รักสันโดษ และนิ่งเฉยปล่อยวาง ในขณะที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดทรงเสวย ท่านจำพรรษาอยู่ที่กุฏิที่ทางวัดได้สร้างไว้เพียงพรรษาเดียว แล้วท่านก็ขออนุญาติหลวงพ่อย้อยไปสร้างกุฏิที่ใช้ไม้และใบจากสร้างและได้จำพรรษาอยู่ที่นั่นตลอด ท่านบอกว่ามันปลีกวิเวกดีทำให้จิตใจเราสงบดี เมื่อมีความเงียบสงบ จึงเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม พร้อมทั้งท่านอาศัยหลักกรรมฐานด้วยตนเองอย่างถ่องแท้ อาศัยหลักกรรมฐานที่ว่า สามัญในลักษณะ หมายความว่า ลักษณะที่เสมือนกันใน สังขารทั้งหลายทั้งปวงสิ่งนั้นก็คือ อนิจจัง ความไม่แน่นอนในสังขาร ทุกข์ขัง ความวุ่นวาย ความไม่สงบสุขในสังขาร อนัตตา ความตาย ความไม่มีตัวตน
 
หลวงพ่อแฉล้ม พบสหธรรมมิก
 
หลวงพ่อแฉล้ม ท่านสนิทสนมกับพระอริยสงฆ์คือพระครูเกษมชัยคุณ หลวงพ่อฉาบ เขมจิตโต แห่งวัดคลองจันทร์ ชัยนาท ซึ่งพื้นเพเดิมท่านเป็นชาวอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง หลวงพ่อฉาบท่านเป็นพระชอบค้นคว้าทดลองในด้านวิชาอาคมต่างๆ ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ด้วยท่านมีนิสัยพูดจริงทำจริง ไม่กลัวใคร หลังจากบวชใหม่ๆท่านก็ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อเเจ่ม วัดวังแดงเหนือ อำเภอท่าเรือ อยุธยา ท่านปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อเเจ่มอยู่หลายปี ได้รับการถ่ายถอดวิชามีดพระขรรค์และผ้ายันต์นางกวักเมตตตาค้าขายมาโดยตรง ซึ่งวิชามีดพระขรรค์นี้เรียนได้ยากลำบากมาก หลวงพ่อเเจ่มท่านก็คนจริง เมื่อเวลาเสกมีดต้องเสกให้ปลอกมีดกับด้ามมีดวิ่งเข้าหากันให้ใด้ ถ้าดัง "แกร็ก" ถือว่าใช้ได้ หลวงพ่อฉาบได้เพียรพยายามจนสำเร็จ หลวงพ่อแจ่มจึงแนะนำให้ไปเรียนทางเมตตาลงนะหน้าทองกับหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ซึ่งหลวงพ่อฉาบเองท่านก็เรียนจากหลวงพ่อจงมาเพียงอย่างเดียว หลวงปู่ท่านเล่าให้ฟังว่า ตอนใหม่ๆเราเดินทางไปหาเขานานๆเข้าเขากลับเดินทางมาหาเราเสียเอง หลวงพ่อฉาบท่านชอบมาสนทนากับหลวงปู่เป็นประจำที่วัดทรงเสวย
 
หลวงพ่อฉาบขอแลกพระ ในช่วงที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดทรงเสวยนั้น หลวงปู่ท่านชอบปลูกต้นว่านยาต่างๆ แล้วนำมาทำเป็นยาสมุนไพร เพื่อรักษาโรค ใครเป็นโรคอะไรมาท่านก็จัดยาให้ โดยไม่เรียกร้องเงินทอง เพียงขอให้คนป่วยหาย เท่านี้ท่านก็สุขใจแล้วที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ว่านที่ปลูกนั้นมีมากมาย ส่วนหนึ่งท่านจึงนำมาทำพระพิมพ์สมเด็จพิมพ์ใหญ่ พิมพ์พระคะแนน นางพญา และพิมพ์พระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตร โดยมีคนแกะพิมพ์มาถวายท่าน ครั้งหนึ่งหลวงพ่อฉาบท่านทราบว่าหลวงปู่ท่านมีพระพิมพ์อยู่ หลวงพ่อฉาบจึงได้นำพระที่ท่านสร้างขึ้น มาแลกกับพระที่หลวงปู่ท่านสร้างหลวงพ่อฉาบท่านเอ่ยออกมาว่า “พระของท่านทั้งสวยทั้งดีไม่แพ้ของใคร” และหลวงพ่อฉาบยังนำนอแรด งาช้างมาถวายท่านเพื่อให้ท่านนำมาเป็นส่วนผสมในเนื้อพระ จะพบพระบางองค์ที่มีส่วนผสมของนอแรด และงาช้าง แต่ก็มีจำนวนน้อย เพราะท่านบอกว่าต้องตำให้ละเอียดเพื่อนำมาผสมกับผงว่านทำลำบากจึงเลิกทำ หลวงพ่อฉาบท่านชอบพระที่หลวงปู่ท่านสร้างเพราะทั้งสวยทั้งดี จึงได้มาขอให้หลวงปู่ท่านสร้างพระพิมพ์ให้ เพื่อจะนำไปแจกให้ญาติโยมได้มีไว้ติดตัว หลวงปู่ท่านก็ทำให้หลวงพ่อฉาบ

ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนี้
ชื่อ / อีเมล์
Security Code กรอก Security Code
รายละเอียด   
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
 

วัตถุมงคล กว่า 2,000 รายการ คลิกที่นี่

ติดต่อบูชา เครื่องราง ของขลังบนเว็บ รับสายเวลา 8.30-17.30 น. ทุกวัน
โทร
089-8608818, 087-7399336, 087-8452061 คุณภัส และพนักงานร้านรับสาย
เบอร์ร้าน-Fax055411012 ร้านวรันณ์ธร 282/17 ถ.อินใจมี ต.ท่าอิฐ   อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 53000
ร้านอยู่ 4 แยกไฟแดง ตรงข้าม หน้าโรงเรียนอุตรดิตถ์
แผนที่ร้านคลิกที่นี่

ข่าวหนังสือพิมพ์ หวยหุ้น หวย