เครื่องราง ของขลัง หายาก กว่า 2000 รายการ
ร้านวรันณ์ธร จังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้สร้างวัตถุมงคล เครื่องราง ของขลัง ผลิต และจำหน่าย ส่ง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศทั่วโลก
โทร
087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061 คุณภัส และพนักงานในร้านรับสาย

โปรโมชั่นแจกหลวงปู่ทวดรุ่น9เหล็กไหล
บูชาวัตถุมงคล บนเว็บ Utdid.com  หรือหน้าร้านวรันณ์ธร ทุก 500 บาท รับหลวงปู่ทวดรุ่น 9 เหล็กไหล 1 องค์
ดูข้อมูลหลวงปู่ทวด รุ่น 9 เหล็กไหล คลิกที่นี่  บูชาวัตถุมงคล 5,000 พันบาท รับ 10 องค์ บูชา 10,000 หมื่นบาท รับ 20 องค์

สั่งวัตถุมงคลทุกอย่างบนเว็บ แถมชุดของขลังต่างๆ มากมาย ดูรายละเอียด คลิกที่นี่

เปาบุ้นจิ้น

เปาบุ้นจิ้น

 
เปา เจิ่ง ตามสำเนียงกลาง หรือ เปาจิ้น ตามสำเนียงฮกเกี้ยน (จีน: 包拯; พินอิน: Bāo Zhěng) หรือในวรรณกรรมเรียก เปา เหวินเจิ่ง ตามสำเนียงกลาง หรือ เปาบุ้นจิ้น ตามสำเนียงฮกเกี้ยน (包文拯 Bāo Wén Zhěng ?; 11 เมษายน พ.ศ. 1542 — 20 พฤษภาคม พ.ศ. 1605) เป็นข้าราชการชาวจีนซึ่งมีชีวิตอยู่ในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือในรัชกาลพระจักรพรรดิเหรินจง ดำรงตำแหน่งหลายหลากในราชการพลเรือน ตั้งแต่นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตำแหน่งสุดท้ายคือเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง) มีชื่อเสียงเป็นอันมากในด้านการตรวจสอบทุจริตในวงราชการ ได้รับยกย่องเป็นรัฐบุรุษในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ และมีกิตติคุณเล่าขานกันทั่วไปสืบ ๆ มา ทั้งในรูปแบบมุขปาฐะ วรรณกรรม และอุปรากร ปัจจุบัน นับถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความยุติธรรม
ในประวัติศาสตร์
 
ก่อนรับราชการ
 
พงศาวดารซ่งว่า เปา เจิ่ง เกิดในครอบครัวนักวิชาการ ณ เมืองหลูโจว หรือปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองเหอเฝย์ อยู่ในมณฑลอันฮุย
 
ครอบครัวเปา เจิ่ง นั้นมีฐานะปานกลาง บิดามารดาสามารถส่งเสียให้เขาร่ำเรียนได้ตลอดรอดฝั่ง แต่ก่อนจะให้กำเนิดเขานั้น มารดาต้องขึ้นเขาลงห้วยไปหาของป่าและฟืนมาขายเพื่อเก็บหอมรอมริบไว้สำหรับวันข้างหน้าอยู่พักใหญ่ เปา เจิ่ง เติบโตขึ้นในท่ามกลางสังคมชั้นล่างซึ่งเป็นพลเมืองหลักของประเทศ จึงรับรู้และเข้าใจปัญหาของคนทั้งนั้นเป็นอย่างดี
 
ครั้น พ.ศ. 1570 อายุได้ยี่สิบเก้าปี เปา เจิ่ง ก็เข้าสอบขุนนางและผ่านได้เป็นบัณฑิตหลวงเรียก "จิ้นชื่อ" (进士 Jìnshì ?) แต่มิได้เข้ารับราชการทันที เขาขอผัดออกไปอยู่บ้านเกิดเพื่อปรนนิบัติบิดามารดาผู้ชราเสียก่อน เวลานั้น หลิว ยุน (刘赟 Liú Yūn ?) เป็นผู้ว่าราชการเมืองหลูโจว มีใจซื่อตรง ทั้งยังเป็นกวีผู้มากความสามารถ พอใจคบหาผู้มีสติปัญญา จึงมาอบรมสั่งสอนเปา เจิ่ง ที่บ้านเป็นนิจ บ่มเพาะให้เปา เจิ่ง มีใจกรุณาต่อราษฎรและต่อต้านการทุจริต
ชีวิตราชการ
 
ชีวิตราชการเมื่อบิดามารดาถึงแก่ความตายใน พ.ศ. 1580 และปลงศพตามประเพณีแล้ว เปา เจิ่ง จึงกลับมารับใช้แผ่นดิน เริ่มแรกเขาได้ปกครองอำเภอเทียนฉั่ง มณฑลอันฮุย มีบันทึกว่า ครั้งนั้น ชาวนาผู้หนึ่งมาร้องทุกข์ว่า โคของตนถูกลอบตัดลิ้น เปา เจิ่ง จึงสั่งให้เขากลับบ้านไปฆ่าโคนั้นทิ้งเสีย แต่อย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้แก่ผู้ใด ตามกฎหมายสมัยนั้น การฆ่าปศุสัตว์เป็นสิ่งต้องห้าม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ ชาวนาผู้นั้นก็กลับไปปฏิบัติตามคำสั่ง เช้าวันต่อมา มีชายอีกผู้หนึ่งมาฟ้องเปา เจิ่ง ว่า ชาวนาข้างบ้านได้ลอบฆ่าโค เปา เจิ่ง ตบโต๊ะตวาดชายผู้นั้นว่า ลอบตัดลิ้นโคเขาแล้วยังมาฟ้องกล่าวหาเขาอีกเล่า ชายผู้นั้นตกใจที่เปา เจิ่ง ล่วงรู้ความจริงก็รับสารภาพว่า ตนผิดใจกับชาวนามาแต่เดิมแล้ว จึงกลั่นแกล้งตัดลิ้นโคเขาเสีย เขาจะได้จำใจฆ่าโคนั้นทิ้ง และจะได้มีความผิดฐานฆ่าปศุสัตว์
 
ต่อมา ในขณะที่ย้ายไปปกครองอำเภอตวนโจว อยู่ในมณฑลกวางตุ้งปัจจุบัน ซึ่งเป็นแหล่งขึ้นชื่อด้านผลิตจานฝนหมึก เปา เจิ่ง ตรวจสอบพบว่า ผู้ปกครองคนก่อน ๆ มักขูดรีดจานฝนหมึกจำนวนมากจากราษฎร เมื่อทำราชการอยู่ที่อำเภอนี้ เปา เจิ่ง จึงใช้จานฝนหมึกเพียงอันเดียว โดยกล่าวว่า ความจำเป็นมีเท่านั้น ครั้นต้องย้ายไปท้องที่อื่น ประชาชนรักใคร่ก็นำจานฝนหมึกมามอบให้เป็นของขวัญมากมาย เปา เจิ่ง ไม่รับไว้เลย และโยนจานฝนหมึกที่ใช้ประจำอยู่นั้นทิ้งลงสู่แม่น้ำกวางตุ้ง
สติปัญญาของเปา เจิ่ง นั้นเป็นที่ต้องใจของประชาชน เขาจึงได้ดำรงตำแหน่งในราชการพลเรือนหลายตำแหน่งทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค พงศาวดารว่า ในระหว่างที่เปา เจิ่ง รับราชการอยู่นั้น เปา เจิ่ง ได้ไล่และลดตำแหน่งข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยไปมากกว่าสามสิบคนในข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง กินสินบน และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เปา เจิ่ง เคยถวายรายงานกล่าวโทษ จัง เย่าโจว (张耀洲 Zhāng Yàozhōu ?) พระปิตุลาของพระสนม ถึงหกครั้ง กล่าวโทษหวัง กุ๋ย (王夔 Wáng Kuí ?) ข้าราชการคนโปรดของพระมหากษัตริย์ อีกเจ็ดครั้ง และกล่าวโทษซ่ง หยัง (宋洋 Sòng Yáng ?) ผู้เป็นเจ้าพระยามหาอุปราช (นายกรัฐมนตรี) อีกหลายครั้ง เปา เจิ่ง นั้น แต่ครั้งที่ดำรงตำแหน่งขุนนางทัดทาน (御史台 yùshǐtái ?) ยังได้ทูลคัดค้านพระมหากษัตริย์เป็นผลสำเร็จทุกครั้งไป ต่างจากกรณีที่มีมาแล้วในประวัติศาสตร์ เช่น ซือหม่า เชียน ที่ทูลทัดทานพระจักรพรรดิฮั่นอู่เพียงครั้งเดียวก็มีรับสั่งให้ตัดศีรษะเขา แต่โปรดลดโทษเป็นตอนองคชาตแทน
 
พงศาวดารยังว่า ใน พ.ศ. 1599 เปา เจิ่ง ได้กินเมืองเปียน ซึ่งเป็นเมืองหลวงในครั้งนั้น หรือปัจจุบันเรียก เมืองไคเฟิง ด้วย เปา เจิ่ง ปกครองเมืองไคเฟิงไม่ถึงหนึ่งปี แต่ได้ปฏิรูประบบราชการหลายประการ เช่น เปิดให้ประชาชนเข้าร้องทุกข์ต่อผู้บริหารเมืองได้โดยตรง จากเดิมที่ต้องผ่านปลัดเมืองซึ่งมักเรียกสินบน และเป็นใจให้แก่ผู้มีอิทธิพล ก่อให้เกิดการฉ้อฉลนานัปการ การปฏิรูปดังกล่าวสร้างชื่อเสียงให้แก่เขาเป็นอันมาก[6]
แต่ชีวิตการทำงานของเปา เจิ่ง หลังพ้นจากตำแหน่งผู้ปกครองเมืองไคเฟิงแล้ว กลับเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างยิ่ง เป็นต้นว่า เมื่อเปา เจิ่ง ปลดจัง ฟังผิง (張方平 Zhāng Fāngpín ?) ซึ่งดำรงตำแหน่งสำคัญสามตำแหน่งควบกัน แล้วเปา เจิ่ง ได้รับแต่งตั้งเข้าสู่ตำแหน่งทั้งสามแทน โอวหยัง ซิว (欧阳修 Ōuyáng Xiū ?) จึงถวายฎีกาประณามเขาอย่างรุนแรง
ในภาพรวม เปา เจิ่ง ไม่ปรากฏผลงานโดดเด่นในด้านหนึ่งด้านใด แต่มีชื่อเสียงเป็นอันมากในด้านการตรวจสอบการทุจริต กับทั้งอุปนิสัยเข้มงวดกวดขัน และไม่อดทนหรือรอมชอบต่อความอยุติธรรมและการฉ้อฉล บุคลิกภาพของเปา เจิ่ง ก็เป็นที่ขึ้นชื่อเช่นกัน มีบันทึกว่า เปา เจิ่ง วางตัวเคร่งครัดและเคร่งขรึม ถึงขนาดพูดกันทั่วไปว่า รอยยิ้มของเปา เจิ่ง นั้นหาดูยากยิ่งกว่าฮวงโหกลายเป็นสีใสสะอาด
 
กิตติศัพท์เกี่ยวกับความซื่อตรงของเปา เจิ่ง นั้นเลื่องลือไปทั่วแผ่นดิน ชื่อเขาจึงกลายเป็นไวพจน์ของคำว่า "ตงฉิน" (清官 qīngguān ?) ขณะที่ตัวเขาเองก็กลายเป็นหัวเรื่องยอดนิยมในวรรณกรรมและอุปรากรอย่างรวดเร็ว พลเมืองมักเล่าขานว่า เปา เจิ่ง นั้นกลางวันรับราชการอยู่บนโลกมนุษย์ กลางคืนไปรับราชการเป็นยมราชอยู่ในนรกภูมิ พูดกันติดปากว่า เช้าชำระคดีคน ค่ำชำระคดีผี

วัตถุมงคล กว่า 2,000 รายการ คลิกที่นี่

ติดต่อบูชา เครื่องราง ของขลังบนเว็บ รับสายเวลา 8.30-17.30 น. ทุกวัน
โทร
089-8608818, 087-7399336, 087-8452061 คุณภัส และพนักงานร้านรับสาย
เบอร์ร้าน-Fax055411012 ร้านวรันณ์ธร 282/17 ถ.อินใจมี ต.ท่าอิฐ   อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 53000
ร้านอยู่ 4 แยกไฟแดง ตรงข้าม หน้าโรงเรียนอุตรดิตถ์
แผนที่ร้านคลิกที่นี่

ข่าวหนังสือพิมพ์ หวยหุ้น หวย