หน้าแรก ศูนย์รวมวัตถุมงคลทั้งหมด คลิกที่นี่
เครื่องราง ของขลัง ร้านวรันณ์ธร จังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้ผลิต และจำหน่าย ปลีก-ส่ง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
โทร
087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061 คุณภัส และพนักงานในร้านรับสาย

     

ลดราคาวัตถุมงคล จัดในช่วงวันแม่แห่งชาติ ลดราคาวันนี้ถึง 5 กันยายน คลิกที่นี่

ประวัติพระพุทธเจ้า ชาติที่ 4 พระเนมิราช

ประวัติพระพุทธเจ้า 10 ชาติ

ชาติที่ 4 พระเนมิราช

ชาติที่ 4 พระเนมิราช

เมื่อครั้งอดีตกาลนานมาแล้วกษัตริย์ผู้ครองนครมิถิลานั้นได้พบว่าเส้นพระเกศาของพระองค์นั้นหงอกแล้ว ซึ่งในธรรมเนียมของราชวงศ์นั้นได้มีกำหนดไว้ว่า หากพระเกศาองค์ใดมีพระเกศาหงอกก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเวนราชสมบัติให้แก่ราชโอรสขื้นครองราชบัลลังก์สืบต่อไป แล้วตัวพระราชาผู้แก่เฒ่านั้นก็ต้องออกจากพระราชวังไปบำเพ็ญพรตภาวนาเป็นนักบวชอยู่ในป่าอย่างสงบตราบจนล้นอายุขัย
     ในเวลาเดียวกันนั้นเองขณะที่พระราชาแห่งมิถิลานครพบว่าพระองค์มีเส้นพระเกศาหงอก แต่ก็ยังเป็นกังวลด้วยว่าพระองค์ยังมิมีราชโอรสเป็นทายาทที่จะขึ้นครองราชย์ต่อไปนั้น ขณะเดียวกันบน
     สรวงสวรรค์ก็มีเทพบุตรองค์หนึ่งนามว่า “เนมิราช” ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาที่กำลังจะสิ้นอายุขัยบนสรวงสวรรค์นั้นเช่นกัน
     เทพบุตรเนมิราชเล็งเห็นด้วยทิพยเนตรว่ามิถิลานครกำลังตกอยู่ในช่วงเวลาใกล้ล่มสลายแล้ว จึงคิดที่จะเสด็จจากสรวงสวรรค์ลงมาผดุงรักษาราชวงศ์นั้นสืบต่อไป
     ในเวลาต่อมาเนมิราชเทพบุตรจึงได้จุติลงในครรภ์ของพระอัครมเหสี และเมื่อประสูติแล้วนั้นโหรหลวงก็ถวายคำพยากรณ์แด่พระเจ้ามิถิลานครว่า พระราชกุมารน้อยพระองค์นี้จะปฏิบัติตามธรรมเนียมของราชวงศ์ที่เคยกระทำสืบมาตั้งแต่โบราณ เสมือนกับเป็นการกระทำตามกงเกวียนกำเกวียนกระนั้น
     พระราชาแห่งมิถิลานครจึงพระราชทานนามให้พระราชโอรสองค์นี้ว่า “เนมิราช”
     เมื่อพระราชโอรสเนมิราชเจริญวัยขึ้นสู่วัยรุ่นหนุ่มแล้ว พระราชบิดาก็เวนราชสมบัติให้ตามธรรมเนียมแล้วตัวพระองค์ก็เสด็จออกบวช ปล่อยให้ราชโอรสครองราชบัลลังก์และครองบ้านครองเมืองสืบ ต่อไป
     พระราชาเนมิราชเป็นพระราชาที่ตั้งอยู่ในคุณธรรมปกครองบ้านเมืองด้วยความร่มเย็นเป็นสุขและตั้งมั่นในศีลในธรรมเป็นอย่างยิ่งพระราชาเนมิราชทรงโปรดที่จะให้มีการตั้งศาลาทานขึ้นที่ประตูพระนครทั้ง ๔ ด้าน และที่กลางเมืองอีกแห่งหนึ่ง เพื่อที่จะบริจาคทานและแจกจ่ายเสื้อผ้าอาหารและเงินทองแก่บรรดาผู้ยากไร้ทั้งหลาย
     บรรดาพสกนิกรในมิถิลาต่างก็ฝักใฝ่ในศีลในธรรมตามอย่างพระราชาที่คอยพยายามอบรมสั่งสอนให้อาณาประชาราษฎร์ทั้งปวงประพฤติตนอยู่ในความดีเป็นที่ตั้งมิให้เบียดเบียนทำร้ายกัน
     บรรดาราษฎรที่มุ่งมั่นทำแต่ความดีแเละหมั่นบำเพ็ญกุศลอยู่เสมอตามพระราชประสงค์ของพระราชานั้น ครั้นเมื่อสิ้นอายุขัยตายไปจากโลกนี้แล้วก็ได้ไปจุติเป็นเทวดาบนเทวโลกหรือบนสรวงสวรรค์ และ
     ครั้นเมื่อได้ทราบว่าการที่ตนได้จุติมาเป็นเทวดามิต้องไปเกิดเป็นมนุษย์ชดใช้กรรมในชาติปางต่อไปนั้น ก็เป็นด้วยเพราะตนทำความดีตามคำสั่งสอนของพระราชาเนมิราช
     บรรดาเทวดาเหล่านั้นจึงใคร่ที่จะได้ชมพระบารมีของพระราชาเนมิราชให้เป็นบุญตา
เมื่อบรรดาเทวดาพากันมากราบทูลพระอินทร์เช่นนั้น      พระอินทร์จึงได้มีรับสั่งแก่พระมาตุลีเทพบุตรว่า
     “นี่แนะมาตุลีเอ๋ยเจ้าจงไปอัญเชิญพระเนมิราชกษัตริย์แหง่มิถิลานครขึ้นมาบนสรวงสวรรค์ด้วยเถิด”
     พระมาตุลีนั้นได้ทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถม้าสวรรค์ลงไปยังโลกมนุษย์ แล้วทูลเชิญพระเนมิราชให้เสด็จขึ้นไปยังสรวงสวรรค์สักระยะหนึ่งตามพระบัญชาของพระอินทร์
     ฝ่ายพระเนมิราชนั้นก็ตอบตกลงด้วยดี ด้วยปรารถนาจะขึ้นไปเที่ยวชมเมืองสวรรค์ดูสักครั้ง จะได้นำมาบอกเล่าแก่พระญาติพระวงศ์และข้าราชบริพารกับราษฎรของพระองค์ต่อไป
     เมื่อนั่งรถเทียมม้าเดินทางออกจากโลกมนุษย์ไปมิช้ามินานนักพระมาตุลีก็กราบทูลพระเนมิราชว่า “ขอเดชะหม่อมฉันใคร่จะพาพระองค์ไปเที่ยวชมดูเมืองนรกก่อนที่จะขึ้นไปยังสรวงสวรรค์ชั้นบนมิทราบว่าพระองค์จะเห็นดีหรือไม่ พระเจ้าข้า ”
     พระเนมิราชนั้นทรงดำริว่าก่อนที่จะไปเที่ยวชมเมืองสวรรค์อันแสนวิเศษ ซึ่งก็คงจะมีความสวยงามตระการตาทั่วไปนั้นก็น่าที่จะลองไปชมเมืองนรกดูบ้างว่า คนที่ทำบาปทำกรรมแล้วต้องมาตกนรกหมกไหม้นั้นที่แท้จะต้องไปอยู่ในสภาพเช่นใด
     เมื่อดำริดังนั้นพระเนมิราชก็ตอบตกลงด้วยดี พระมาตุลีเทพบุตรจึงได้ทำหน้าที่สารถีขับรถม้านำพาพระเนมิราช ลงสู่นรกภูมิในบัดดล
     ในเมืองนรกนั้นเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความมืดมิดตลอดทางทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยวิญญาณบาป ผีเปรต และภูตพรายทั้งหลายทั้งปวง ที่เฝ้าร่ำร้องโหยหวนคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดทุรนทุราย
จากการถูกทรมานในลักษณะต่างๆ
     บางคนนั้นต้องป็นป่ายต้นงิ้วจนเลือดโซมกายมิสามารถจะลงมาได้ ด้วยเพราะมียมทูตคอยดักแทงอยู่ด้วยหอกอันแหลมคมทั้งข้างล่างและบนยอดต้นงิ้วนั้น
     บางคนก็ต้องทุรนทุรายแหวกว่ายอยู่ในกระทะทองแดงขนาดยักษ์ ที่มีน้ำนรกเดือดพล่านอยู่ชั่วนาตาปีมิสามารถจะปีนปายหนีออกจากกระทะนั้นได้
     คนบาปบางกลุ่มต้องถูกไล่แทงด้วยหอกด้วยดาบอันคมกริบจนเลือดชะโลมกายก็มิสามารถจะหนีจากโทษทัณฑ์อันทุกข์ทรมานนั้นได้
     บางคนก็ถูกกงจักรที่หมุนวนปั่นศีรษะจนเลือดไหลชุ่มโชกต้องกรีดร้องโหยหวนด้วยความทรมานแสนสาหัส
     ระหว่างที่ทอดพระเนตรดูคนบาปผู้ต้องชดใช้กรรมอย่างทุกข์ทรมานนั้น พระเนมิราชก็ตรัสถามพระมาตุลีเทพบุตรไปด้วยว่าการได้รับโทษทัณฑ์แต่ละอย่างนั้น ด้วยเพราะทำผิดใดบ้าง
     พระมาตุลีเทพบุตรก็ได้กราบทูลให้ทรงทราบถึงบาปกรรมและความชั่วต่างๆ ที่จะต้องได้รับโทษทัณฑ์แตกต่างกันไปล้วนแล้วเป็นความทุกข์ทรมานแสนสาหัสทั้งสิ้น และจะต้องเผชิญกับความทุกข์เช่นนั้นนานชั่วกัปชั่วกัลป์เลยทีเดียว มิใช่แค่จะสิ้นสุดในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น
    ครั้นเมื่อพระมาตุลีเทพบุตรนำรถม้าพระเนมิราชเที่ยวชมเมืองนรกจนทั่วแล้ว ก็ได้ขับรถม้าเหาะเหินขึ้นสู่สรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ต่อ
     ครั้นเมื่อพระเนมิราชเสด็จมาถึงแล้ว พระอินทร์และเหล่าเทพยดานางฟ้านางสวรรค์ทั้งปวงก็พากันมารับเสด็จและสักการบูชาพระองค์ด้วยความเคารพเลื่อมใส
หลังจากนั้นพระเนมิราชก็ได้เข้าชมเมืองสวรรค์ ซึ่งเต็มไปด้วยปราสาทราชมณเฑียรอันงดงามประดับด้วยแก้วแหวนเงินทองหลากสีสันระยิบระยับแพรวพราววิจิตรตระการตาเป็นอันมาก
     บรรดาต้นไม้บนสวรรค์นั้นก็มีความงดงามหอมหวนยิ่งกว่าไม้ดอกไม้ใบบนโลกมนุษย์ ลำธารน้ำบนสรวงสวรรค์แต่ละแห่งก็ใสกระจ่างดังกับแก้ว บรรดาเทพบุตรเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ล้วนแล้วแต่มีความงดงามและยิ้มแย้มแช่มชื่นราวกับไม่ต้องมีการทุกข์ใจอันใดเลย
     เมื่อพระเนมิราชเที่ยวชมเมืองสวรรค์โดยทั่วแล้ว พระอินทร์ก็ตรัสถามว่าเมืองสวรรค์นี้สวยงามถูกพระทัยหรือไม่ พระเนมิราชตรัสตอบว่าเมืองสวรรค์นี้เป็นแดนวิมานที่สวยงามและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างที่จะหาโลกใดเสมอเหมือนได้อีก
    พระอินทร์จึงอัญเชิญให้พระเนมิราชอยู่เสวยทิพยสมบัติบนสรวงสวรรค์นี้มิต้องลงไปยังโลกมนุษย์อีก “หม่อมฉันใคร่จะกลับลงไปสอนบรรดาพสกนิกรทั้งหลายให้ประพฤติตนอยู่ในความดี หมั่นประกอบบุญกุศลและบริจาคทาน เมึ่อตายแล้วจะได้มิต้องไปรับความทุกข์ทรมานอยู่ในนรก แต่จะได้มาจุติอยู่บนสรวงสวรรค์นี้”
     เมื่อพระเนมิราชมีพระประสงค์เช่นนั้น พระอินทร์จึงให้พระมาตุลีนeพระเนมิikชไปส่งยังโลกมนุษย์ดังเดิม เมื่อได้เห็นความแตกต่างระหว่างนรกสวรรค์แล้ว พระเนมิราชก็มีความทุกข์อยู่ในพระทัยด้วยปรารถนาที่จะให้ข้าราชบริพารและพสกนิกรของพระองค์นั้นประกอบกรรมทำแต่ความดี เพื่อจะได้ไม่ต้องลงนรกไปรับความทุกข์ทรมานนานหลายกัปหลายกัลป์ดังที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นมาแล้ว
     นับจากนั้นตลอดรัชสมัยของพระองค์ พระเนมิราชก็ได้เพียรพยายามอบรมสั่งสอนไพร่ฟ้าประชาชนในมิถิลานครให้หมั่นบำเพ็ญบุญกุศลและประกอบแต่กรรมดีสืบต่อไป
     ครั้นเมื่อถึงเวลาที่พระเนมิราชมีเส้นพระเกศาหงอกแล้วก็ทรงเวนราชสมบัติให้แก่ลูกหลานส่วนตัวพระองค์นั้นได้เสด็จออกจากพระราชวังไปบำเพ็ญพรตจำศีลภาวนาเป็นนักบวช แสวงหาความวิเวกอยู่ในป่าจนสิ้นอายุขัย และได้ขึ้นไปจุติเป็นเทพยดาเสวยทิพยสมบัติอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้าสืบต่อไป

คลิกที่นี่ ดูสุดยอด เครื่องราง ของขลังทั้งหมด

ติดต่อบูชา เครื่องราง ของขลังบนเว็บ รับสายเวลา 8.30-17.30 น. ทุกวัน

โทร089-8608818, 087-7399336, 087-8452061 คุณภัส และพนักงานร้านรับสาย

เบอร์ร้าน และ Fax  055428495 ที่อยู่ร้านวรันณ์ธร 23/4 ม.4 ต.คุ้งตะเภา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 53000

ร้านอยู่สายเอเซีย ถนน สายพิษณุโลก - อุตรดิตถ์ ทางหลวงหมายเลข 11 อยู่บริเวณ 3 แยกคุ้งตะเภา