หน้าแรก ศูนย์รวมวัตถุมงคลทั้งหมด คลิกที่นี่
เครื่องราง ของขลัง ร้านวรันณ์ธร จังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้ผลิต และจำหน่าย ปลีก-ส่ง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
โทร
087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061 คุณภัส และพนักงานในร้านรับสาย

     

ลดราคาวัตถุมงคล จัดในช่วงวันแม่แห่งชาติ ลดราคาวันนี้ถึง 5 กันยายน คลิกที่นี่

ประวัติพระพุทธเจ้า ชาติที่ 6 พระภูริทัต

ประวัติพระพุทธเจ้า 10 ชาติ

ชาติที่ 6 พระภูริทัต

เมื่อครั้งอดีตกาลนานมาแล้ว พระเจ้าพรหมทัตกษัตริย์แห่งกรุงพาราณสีเกรงว่าพระอุปราชผู้เป็นโอรสของพระองค์เองจะลอบปลงพระชนม์เพื่อชิงราชบัลลังก์
    พระองค์จึงมีรับสั่งให้พระราชโอรสเสด็จออกไปท่องเที่ยวผจญภัยในโลกกว้าง เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนจะกลับมาครองราชย์ต่อไปในภายภาคหน้า
     พระราชโอรสนั้นก็มิได้หวังในราชสมบัติอยู่แล้ว จึงออกจากพระนครเดินทางแรมรอนไปพักอยู่ ณ ศาลาริมฝั่งแม่น้ำยมนา
     นางนาคตนหนึ่งได้ขนจากเมืองบาดาลมาท่องเที่ยวบนโลกมนุษย์ในรูปโฉมของหญิงงามผู้หนึ่ง ครั้นได้พบเจ้าชายผู้ตกยากก็ต้องตาต้องใจ จึงได้เข้าไปทำความรู้จัก เจ้าชายก็บังเกิดความเสนหาในตัวนางนาคมิใช่น้อย
     ทั้งสองจึงได้ครองคู่อยู่กินเป็นสามีภรรยาจนกระทั่งมีพระราชโอรสและพระราชธิดานามว่าสาครพรหมทัต และสมุทรชา
     ต่อมาเมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสด็จสวรรคต บรรดาเสนาอำมาตย์จะเสี่ยงราชรถหาผู้มีบุญมาเป็นกษัตริย์ แต่มีผู้พบเห็นว่าพระราชโอรสยังมีพระชนม์ชีพอยู่ จึงพากันไปอัญเชิญพระราชโอรสเสด็จกลับไปครองราชย์
     ฝ่ายนางนาคนั้นได้แต่ฝากราชโอรส-ธิดาไปกับพระสวามี เพราะตนเป็นนาค มิสามารถจะไปใช้ชีวิตในกรุงได้เยี่ยงคนธรรมดา
     เมื่อจำต้องล่ำลากันด้วยความอาลัยแล้ว พระสาครพรหมทัตและพระสมุทรชาก็ได้ไปเติบโตเจริญพระชันษาอยู่ในวังกับเสด็จพ่อผู้เป็นพระราชาองค์ใหม่แห่งพาราณสี
พระโอรสและพระธิดานั้นโปรดที่จะเล่นอยู่แต่ในสระน้ำตามวิสัยของลูกนาค ในวังจึงต้องขุดสระใหญ่ไว้ วันหนึ่งสองพระองค์ตกพระทัยเมื่อเห็นเต่า
     พี่เลี้ยงจึงคิดจะฆ่าเต่าเสียให้ตาย แต่เต่าน้อยขอร้องให้จับตนถ่วงน้ำ เมื่อถูกจับถ่วงน้ำแล้ว เต่าจึงรีบหนีเอาตัวรอดได้อย่างสบาย
     ขณะที่คลานไปใต้สระน้ำลึกก็พบเจอพวกนางที่จะกลั่นแกล้งทำร้าย เต่าจึงทำอุบายขอให้พวกนางพาไปเฝ้าท้าวทศรถเจ้าแห่งเมืองบาดาลโดยอ้างว่าตนมีเรื่องสำคัญจะกราบทูล
     เมื่อได้เข้าเฝ้าท้าวทศรถแล้ว เต่าน้อยเจ้าเล่ห์ก็เพ็ดทูลว่าตนเป็นราชทูตจากพระเจ้ากรุงพาราณสีที่มาแจ้งว่าพระราชาจะยกพระราชธิดาให้เจ้าเมืองบาดาล
ท้าวทศรถจึงส่งนาค 4 ตัวเป็นราชทูตไปเข้าเฝ้าพระราชาเมื่อไปถึงพระราชวังแล้ว เต่าก็ให้ 4 นาครออยู่ก่อน แล้วตนเองก็หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในสระน้ำ
     พวกนาครออยู่นานจึงพากันเข้าไปเฝ้าพระราชาแล้วทูลถามเรื่องการอภิเษกระหว่างพระธิดาสมุทรชาและท้าวทศรถ
 พระเจ้าพรหมทัตทรงประหลาดใจ และพระองค์ก็แจ้งว่ามิได้เคยส่งทูตไปยังเมืองบาดาลเป็นแน่ เพราะนาคกับมนุษย์จะวิวาห์กันได้อย่างไรกัน
     ท้าวทศรถเมื่อทรงทราบเรื่องจากนาคราชทูตก็กริ้วนัก ด้วยคิดว่าพระเจ้าพรหมทัตกษัตริย์พาราณสีทั้งหลอกลวงและดูหมิ่นเหยียดหยามพวกนาค
     ในวันรุ่งขึ้นนั้นเอง กรุงพาราณสีก็ถูกเหล่านาคนับพันนับหมื่นบุกเข้าก่อกวนทั่วเมืองจนชาวบ้านพากันกรีดร้องอกสั่นขวัญแขวนไปทั่วงูน้อย งูใหญ่ทั้งปวงนั้นมิได้ทำร้ายเอาชีวิตผู้ใด มีแต่แกล้งขู่ให้หวาดกลัวกันไปเท่านั้น
     ภายในพระราชวังก็เช่นกัน บรรดานางสนมกำนัลต่างก็กรีด-ร้องก้องไปทั่ววังเมื่อพบเจอนาคยั้วเยี้ยเต็มไปทุกหนทุกแห่ง บรรดาข้าราชบริพารที่เป็นชายก็พลอยวิ่งหนีกันอลหม่านด้วยกลัวนาค
    ในที่สุดพระเจ้าพรหมทัตจึงต้องจำยอมยกพระธิดาสมุทรชาให้แก่ท้าวทศรถเจ้าเมืองบาดาลแต่โดยดี ทั้งนี้ได้ทรงขอร้องว่า อย่าได้แสดงตนเป็นนาคให้พระราชธิดาต้องตกพระทัยเป็นอันขาด
     ท้าวทศรถได้จัดพิธีอภิเษกกับพระสมุทรชาอย่างยิ่งใหญ่ต่อมา
     พระสมุทรชาก็ได้มีพระราชโอรส ๔ พระองค์คือ
พระสุทัศนะ
พระทัต
พระสุโภคะ
และพระอริฏฐะ
     แต่แรกนั้นพระนางสมุทรชาและพระโอรสแม้จะประทับอยู่ในเมืองบาดาลก็มิรู้ว่าเป็นเมืองนาคด้วย เพราะพระราชบิดาและนาคบริวารทั้งปวงล้วนจำแลงรูปเป็นมนุษย์ทั้งสิ้น
     แต่ครั้งหนึ่งพระอริฏฐะโอรสองค์สุดท้องได้แกล้งสำแดงพระ-วรกายเบื้องล่างให้เป็นนาค ด้วยเพราะพระบิดาเคยสั่งสอนว่าพระ-มารดานั้นเป็นมนุษย์
     พระนางสมุทรชาตกพระทัยเป็นยิ่งนัก ท้าวทศรถคิดจะประ-หารโอรสน้อยเสียตามที่ให้สัญญาไว้กับพ่อตา แต่ทว่าพระนางสมุทรชาทูลห้ามไว้ และจึงได้รับรู้ว่าประทับอยู่ในเมืองนาคนับแต่นั้น
     ท้าวทศรถมักจะนำพระทัต พระโอรสองค์ที่สองไปเฝ้าท้าววิรูปักษ์ด้วยทุกๆ ๑๕ วัน พระทัตนั้นมีสติปัญญาปราดเปรื่องนักสามารถแก้ปัญหาในที่ประชุมได้เสมอ จึงได้พระนามใหม่ว่า “พระภูริทัต”
     เนื่องจากได้เห็นว่าท้าววิรูปักษ์ และพระอินทร์นั้นมีทรัพย์สมบัติมากกว่าพระบิดาของตน พระภูริทัตจึงคิดจะบำเพ็ญศีลภาวนาเพื่อให้บังเกิดผลดีแก่ตนซึ่งเป็นเพียงนาค
     การที่จะบำเพ็ญพรตจำศีลอยู่ในเขตพระราชวังเมืองบาดาลก็มักถูกรบกวนจากบรรดานางสนมกำนัลที่คอยปรนนิบัติรับใช้ พระภูริทัตจึงหลบจากวังไปจำศีลภาวนาอยู่ทิ่ริมฝั่งแม่น้ำยมนา
     ขณะนั้นมีพรานป่าพ่อกับลูกได้ยิงเนื้อและตามรอยเลือดมาถึงฝั่งแม่น้ำจึงได้พักแรมใกล้กับอาศรมของพระภูริทัต
     ในราตรีนั้นพรานพ่อลูกก็เห็นนางนาคพากันมาขับเพลงบรรเลงกล่อมพระภูริทัต พรานป่าทั้งสองเข้าไปชมดูใกล้ๆ พวกนางนาคจึงหนีลงน้ำไปด้วยความตกใจ พระภูริทัตเกรงว่าพรานป่าจะนำหมองูมาทำร้ายจึงชวนพ่อลูกนายพรานไปพำนักในวังบาดาลอย่างมีความสุข
    เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน สองพรานพ่อลูกขอลากลับขึ้นไปยังโลกมนุษย์เพื่อบวช พระภูริทัตจึงมอบแก้วแหวนอันมีค่าให้มากมาย แต่เมื่อพรานพ่อลูกกลับออกมาจากเมืองบาดาล ทรัพย์สมบัตินั้นก็กลายเป็นกรวดเป็นดิน นายพรานทั้งสองจึงต้องเข้าป่าล่าเนื้อต่อไปดังเดิม
     คราวหนึ่งพญาครุฑได้บินโฉบลงจับนาคตัวหนึ่งที่กลางสมุทรแล้วพาบินไป นาคได้ตวัดหางเกี่ยวต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่งจนหลุดจากพื้นดินติดไปด้วย
     เมื่อพญาครุฑกินนาคแล้วต้นไทรก็ตกลงสู่พื้นดินเสียงดังลั่นป่าใต้ต้นไทรนั้นมีพระฤาษีตนหนึ่งจำศีลอยู่ พญาครุฑกลัวว่าตนจะเป็นบาปจึงได้มอบมนตร์วิเศษชื่อ “อาลัมพาย” กับ ยาทิพย์ปราบนาคและแก้วดวงหนึ่งให้แก่ฤๅษี
     ต่อมาฤๅษีตนนั้นได้มอบยาทิพย์และมนตร์วิเศษแก่พราหมณ์ตกยากผู้หนึ่งซึ่งมาเฝ้าปรนนิบัติรับใช้อยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งพราหมณ์ผู้นั้นก็ได้ออกเดินทางผ่านไปยังแม่น้ำยมนาพร้อมกับฝึกท่องมนตร์ไปด้วย
     นางนาคที่เล่นอยู่บนหาดพากันตกใจคิดว่าพญาครุฑมาจึงพากันทิ้งดวงแก้ววิเศษแล้วหนีลงน้ำไป
    พราหมณ์เก็บเอาแก้ววิเศษไป เมื่อพรานป่าสองพ่อลูกพบเห็นก็จดจำได้ว่าเป็นแก้วจากเมืองนาคจึงอยากได้ ทั้งสองทำการเนรคุณพระภูริทัต โดยเล่าเรื่องเมืองบาดาลให้พราหมณ์ฟังจนสิ้นด้วยหวังอยากได้แก้วเป็นสิ่งตอบแทน
     แต่เมื่อยื่นมือไปรับแก้ว ลูกแก้วก็ตกลงพื้นและอันตรธานหายวับไป
     เมื่อพระภูริทัตเห็นสองพรานที่ตนเคยชุบเลี้ยงพาพราหมณ์มาเช่นนั้นก็หดหู่พระทัยนัก ในที่สุดพระภูริทัตก็ถูกพราหมณ์จับตัวไปได้โดยง่ายด้วยมนตร์วิเศษและยาทิพย์ที่ทำให้นาคกลัวได้
     พราหมณ์ร้ายพาพระภูริทัตมาแสดงที่กลางตลาด ใช้เวทมนตร์บังคับให้พระภูริทัตแผ่หางหลายๆ ชั้นเพื่อเก็บเงินจากชาวบ้านที่มามุงดูอย่างสนใจ
    ขณะนั้นเจ้าพี่เจ้าน้องของพระภูริทัตออกแยกย้ายกันตามหาด้วยความเป็นห่วง พระสุทัศนะและญาติผู้น้องนามอัจจะมุขีได้ตามมาพบขณะที่พราหมณ์นำพระภูริทัตไปแสดงที่พระลานหน้าพระราชวังด้วยเพราะพระเจ้าสาครพรหมทัตจะเสด็จออกมาทอดพระเนตรด้วย
    เมื่อพระภูริทัตเห็นพระเชษฐาปลอมตัวเป็นพระฤๅษีมายืนดูอยู่ก็เลื้อยเข้าไปซบที่เท้าแล้วร่ำไห้ก่อนจะเลื้อยกลับเข้าตะกร้าไปไม่ยอมแสดง
    พราหมณ์จึงรีบเข้าไปปลอบฤๅษีเพราะเกรงว่าฤาษีจะกลัวนาคกัดพระสุทัศนะจึงหัวร่อว่า นาคไม่มีพิษจะกัดได้อย่างไร พราหมณ์อับอายผู้อื่นจึงท้าพนันด้วยเงินจำนวน ๕.๐๐๐ ว่านาคของตนมีพิษร้ายแรงนัก
     พระสุทัศนะจึงเข้าไปทูลขอเงินพระราชาไปรับพนัน พระราชาแห่งพาราณสีจึงเสด็จออกมาดูด้วย
    จากนั้นพระสุทัศนะก็ท้าว่าเขียดของตนนั้นมีพิษมากกว่า โดยให้อัจจะมุขีแปลงเป็นเขียดแล้วคายพิษใส่มือเพียงเล็กน้อย แล้วก็ประ-กาศว่าพิษเขียดนี้ถ้าทิ้งลงดิน ต้นข้าวพืชพันธุ์ทั้งปวงจะวิบัติหายนะถ้าทิ้งลงน้ำ สัตว์น้ำจะตายสิ้น หากสาดขึ้นอากาศ ฝนจะแล้งถึง ๗ ปี
    พระสุทัศนะจึงให้ทหารของพระเจ้าสาครพรหมทัตขุดหลุม ๓หลุม ใส่สมุนไพรให้เต็มหลุมหนึ่ง ใส่มูลโคหลุมหนึ่ง และใส่ยาทิพย์หลุมหนึ่ง
     เมื่อพระสุทัศนะหยดพิษเขียดหรือที่แท้คือพิษของนาคใส่ลงไปในหลุม ก็บังเกิดเปลวไฟลุกโชติช่วงขึ้นลามไปยังหลุมที่ ๒ และ ๓อย่างน่ากลัว
     บรรดาราษฎรที่รุมล้อมดูอยู่พากันส่งเสียงฮือฮาอย่างแตกตื่นเมื่อไฟลามมาถึงหลุมที่ ๓ ก็ดับลง พราหมณ์เดินเข้าไปดูใกล้ๆ ปากหลุมด้วยยังมิอยากเชื่อ จึงถูกควันไฟไอพิษลวกใส่ตัวจนถลอกปอกเปิกเป็นแผลพุพองแสบร้อนไปทั่วกาย
     เมื่อพราหมณ์ยอมถอนมนตร์ปล่อยนาคแล้ว พระภูริทัตก็เลื้อยออกจากตะกร้าแล้วนิรมิตจำแลงแปลงองค์เป็นเจ้าชายรูปงามเข้าไปกราบถวายบังคมพระเจ้าสาครพรหมทัต พร้อมกับพระสุทัศนะผู้เป็นพระเชษฐา และกราบทูลแก่พระราชาว่าตนทั้งสองคือ โอรสของพระนางสมุทรชา ผู้เป็นขนิษฐาของพระองค์นั่นเอง
     พระเจ้าสาครพรหมทัตดีพระทัยนัก ทรงกำชับให้หลานทั้งสองพาพระมารดากลับมาเยี่ยมเยือนพระนครบ้าง
     เมื่อเสด็จกลับวังบาดาลแล้ว พระสุโภคะ อนุชาของพระภูริทัตที่ออกตามหาพระเชษฐาโดยแยกไปยังป่าหิมพานต์นั้นได้จับตัวสองพรานป่าพ่อลูกมาชำระโทษ แต่พระภูริทัตก็ทรงให้อภัย โดยขอให้พรานป่าทั้งสองออกบวชตั้งตนอยู่ในศีลในธรรมต่อไป
 

คลิกที่นี่ ดูสุดยอด เครื่องราง ของขลังทั้งหมด

ติดต่อบูชา เครื่องราง ของขลังบนเว็บ รับสายเวลา 8.30-17.30 น. ทุกวัน

โทร089-8608818, 087-7399336, 087-8452061 คุณภัส และพนักงานร้านรับสาย

เบอร์ร้าน และ Fax  055428495 ที่อยู่ร้านวรันณ์ธร 23/4 ม.4 ต.คุ้งตะเภา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 53000

ร้านอยู่สายเอเซีย ถนน สายพิษณุโลก - อุตรดิตถ์ ทางหลวงหมายเลข 11 อยู่บริเวณ 3 แยกคุ้งตะเภา