หน้าแรก ศูนย์รวมวัตถุมงคลทั้งหมด คลิกที่นี่
เครื่องราง ของขลัง ร้านวรันณ์ธร จังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้ผลิต และจำหน่าย ปลีก-ส่ง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
โทร
087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061 คุณภัส และพนักงานในร้านรับสาย

     

ลดราคาวัตถุมงคล จัดในช่วงวันแม่แห่งชาติ ลดราคาวันนี้ถึง 5 กันยายน คลิกที่นี่

ประวัติพระพุทธเจ้า ชาติที่ 7 พระจันทกุมาร

ประวัติพระพุทธเจ้า 10 ชาติ

ชาติที่ 7 พระจันทกุมาร

เมื่อครั้งอดีตกาลนานมาแล้ว พระเจ้าเอกราชและพระนางโคตมีอัครมเหสีผู้ครองนครบุปผวดี ได้มีพระราชโอรสองค์หนึ่งนามว่า พระจันทกุมาร

     ในพระราชสำนักนั้นมีปุโรหิตผู้หนึ่งนามว่า กัณฑหาลพราหมณ์ซึ่งเป็นคนโลภและไม่ซื่อสัตย์ภักดีต่อพระราชา
    เมื่อกัณฑหาลพราหมณ์ได้รับมอบหมายให้พิพากษาพิจารณาคดีความต่างๆ พราหมณ์ผู้นี้ก็มักจะตัดสินอย่างไร้ความยุติธรรมและมักรับสินบนจากคนผิดเสมอจนผู้บริสุทธิ์ต้องพ่ายแพ้ความไปและได้รับความเดือดร้อนกันเป็นอันมาก
     วันหนึ่งผู้บริสุทธิ์ที่ถูกตัดสินให้แพ้ความได้เดินร้องไห้ออกจากท้องพระโรงไปนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่ข้างประตูวัง
     ขณะนั้นพระจันทกุมารเสด็จผ่านมาจึงเข้าไปไถ่ถาม เมื่อทราบ
     ความทั้งหมดจึงได้มีรับสั่งให้เปิดศาลพิจารณาคดีนั้นอีกครั้ง
     กัณฑหาลพราหมณ์แม้จะมิพอใจแต่ก็มิอาจขัดพระประสงค์ของพระราชโอรสได้ ในที่สุดพระจันทกุมารก็ได้ตัดสินความให้ผู้บริสุทธิ์นั้นมีชัยชนะในคดีนั้น และตัดสินให้ผู้ผิดเป็นฝ่ายแพ้
     บรรดาชาวบ้านชาวเมืองก็พากันปิติยินดีมีขวัญกำลังใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่าพระจันทกุมารราชโอรสทรงผดุงความเป็นธรรมแก่ราษฎร
     พระเจ้าเอกราชเมื่อได้ทราบความว่าพระราชโอรสตัดสินคดีความอย่างยุติธรรมจนราษฎรแซ่ซ้องสรรเสริญกันไปทั่ว ก็ทรงรับสั่งให้พระ-จันทกุมารรับหน้าที่ผู้พิพากษาแทนปุโรหิตสืบต่อไป
     วันหนึ่งพระเจ้าเอกราชทรงสุบินว่าได้ขึ้นไปเที่ยวชมสวรรค์บนชั้นดาวดึงส์ พระองค์ได้ทรงทอดพระเนตรเห็นทรัพย์สมบัติทิพย์ของพระอินทร์และปราสาทวิมานแก้วอันวิจิตรตระการตาทั้งปวงก็ยังเกิดความอยากได้อยากเสวยทิพยสมบัตินั้นบ้าง

เมื่อทรงนำเอาความฝันนี้ ไปหารือกับปุโรหิตกัณฑหาลในวันรุ่งขื้น พราหมณ์เฒ่าเจ้าเล่ห์จึงทูลว่า
    “พระองค์จะได้เสวยทิพยสมบัติเหล่านั้นพระเจ้าข้า แต่ว่าจะต้องนำ “ของมันเป็นที่รัก” ทำพิธีบูชายัญเสียให้หมด”
     พระราชาสดับฟังดังนั้นก็ตรัสถามว่า
     “ของมันเป็นที่รักคือสิ่งใดหรือ”
     กัณฑหาลพราหมณ์จึงทูลว่า
     “ของมันเป็นที่รักก็คือม้าแก้ว ช้างแก้ว นางแก้ว พระราชโอรส และพระราชธิดา พระเจ้าข้า”
     พระเจ้าเอกราชได้ฟังก็ทรงนิ่งอึ้งไป แต่ปุโรหิตก็รีบทูลยุยงให้พระองค์ยอมตัดพระทัยจากของอันเป็นที่รักเหล่านั้น เพื่อจะได้เสวยทิพยสมบัติอย่างพระอินทร์ในเร็ววัน
     บรรดาชาวเมืองต่างก็พากันเสียขวัญและพิศวงงงงวยยิ่งนัก ที่จู่ๆ พระราชาจะจัดพิธีบูชายัญที่นอกนครโดยใช้เลือดของผู้เป็นที่รักสังเวยเทพยดา
     พระอัครมเหสีโคตมีพยายามทูลขอร้องวิงวอนด้วยน้ำพระเนตรแต่ก็มิสามารถทัดทานหรือเปลี่ยนพระทัยพระสวามีได้
     ในพิธีนั้นกัณฑหาลพราหมณ์ได้เตรียมม้าแก้ว ช้างแก้ว นางแก้วคือพระมเหสี พระราชธิดาและพระราชโอรสมาที่ปะรำพิธีตั้งแต่รุ่งเช้า
     ซึ่งผู้ที่จะต้องสังเวยชีวิตเป็นบุคคลแรกนั้นก็คือพระจันทกุมารนั่นเอง
     พระจันทกุมารราชโอรสได้กราบทูลพระราชบิดาว่า“เสด็จพ่อพระเจ้าข้า กัณฑหาลพราหมณ์นั้นเป็นคนชั่ว ชอบใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงราษฎร ด้วยความแค้นเคืองหม่อมฉันจึงได้คิดฆ่าเอาเช่นนี้ หากการบูชายัญจะทำให้ได้สมบัติทิพย์ ไฉนปุโรหิตไม่ฆ่าลูกเมียของตนบ้างเล่าขอให้เสด็จพ่อทรงใคร่ครวญด้วย หากประสงค์จะฆ่าเพื่อเอาสมบัติที่อยู่ก็ขอให้ฆ่าหม่อมฉันคนเดียวเถิด”
     พระเจ้าเอกราชกำลังตกอยู่ในความมัวเมาลุ่มหลงในทิพยสมบัติด้วยกิเลสและความโลภ จึงมิทรงฟังคำของพระราชโอรสแม้แต่น้อยกลับยิ่งทรงเร่งให้ปุโรหิตคนชั่วเริ่มพิธีโดยเร็ว
ครั้นเมื่อพระจันทกุมารถูกนำมายังปากหลุมแล้วนั้น ฝ่ายพระจันทาเทวีชายาของพระจันทกุมารก็ร่ำไห้ตั้งจิตอธิษฐานบนบานต่อเทพยดาทั้งปวงว่า
     “ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงจงช่วยพระสวามีของลูกด้วยเถิด พระจันทกุมารนั้นเป็นคนดี ตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรม แต่พราหมณ์กัณฑหาลนั้นเป็นคนชั่ว คิดมุ่งร้ายต่อชีวิตของผู้บริสุทธิ์อยู่เสมอ ขอให้เทพยดาอารักษ์ช่วยคุ้มครองพระจันทกุมารด้วยเถิดอย่าให้ต้องตายด้วยน้ำมือของคนพาลเลย”
     ด้วยแรงอธิษฐานนั้น พระอินทร์จึงทรงร้อนอาสน์ และรีบส่องทิพยเนตร เล็งดู เมื่อรู้ความเป็นไปทั้งหมดก็จึง เสด็จลงจากดาวดึงส์ สำแดงอิทธิฤทธิ์ เหาะเหินมาปรากฏกายเหนือปะรำพิธีเป็นที่ แตกตื่นแก่ผู้ได้พบเห็นยิ่งนัก
     “ชิชะ เจ้าเอกราชผู้โง่เขลา”พระอินทร์ทรงชี้หน้าพระราชาอย่างพิโรธ พร้อมกับกวัดแกว่งฆ้อนเหล็กที่ลุกเป็นไฟอย่าง น่าสะพรึงกลัวเป็นยิ่งนัก “เจ้านี่หรือบังอาจใคร่จะได้สมบัติที่อยู่ของข้าจนถึงกับลงมือฆ่าแกงลูกเมียของตัวเอง เจ้าช่างเป็นกษัตริย์ที่ชั่วช้าไร้คุณธรรมนัก จิตใจลุ่มหลงมัวเมาในกิเลสอย่างน่าสังเวชที่สุด สมควรนักแล้วที่ข้าจะฆ่าเจ้าเสียให้ตายในบัดนี้”
     ตรัสด้วยสุรเสียงอันกึกก้องกังวานไปในเวหา แล้วพระอินทร์ก็ทรงฟาดฆ้อนไฟใส่ฉัตรธงและปะรำพิธีจนหักพังราบเป็นหน้ากลอง
     บรรดาชาวบ้านชาวเมืองเมื่อหายตกตะลึงแล้วจึงกรูกันเข้าจับตัวปุโรหิตมารุมประชาทัณฑ์จนตายในที่นั้นเอง
     พระจันทกุมารจึงทรงเข้าห้ามปรามไว้ มิให้เอาชีวิตพระราชบิดาแต่ราษฎรก็ขอให้เนรเทศพระเจ้าเอกราชออกไปจากพระนครเลย ให้ไปอยู่ในหมู่บ้านจัณฑาลที่ทุรกันดารในแดนไกล
     เมื่อพระอินทร์เสด็จกลับขึ้นสวรรค์แล้ว เหล่าเสนาอำมาตย์และข้าราชบริพารทั้งปวงก็พร้อมใจกันอัญเชิญเสด็จพระจันทกุมารขึ้นครองราชบัลลังก์สืบต่อไป
เมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งบุปผวดีนครแล้ว พระจันทกุมารก็ยังทรงเสด็จไปเยี่ยมเยือนพระราชบิดาอยู่เนืองๆ
     พระองค์ทรงเป็นพระราชาผู้ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม ปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุข ทรงเป็นที่รักของไพร่ฟ้าปวงชนทั่วไปและทรงเจริญพระชนมายุยืนยาวด้วยบุญญาภินิหารโดยแท้

คลิกที่นี่ ดูสุดยอด เครื่องราง ของขลังทั้งหมด

ติดต่อบูชา เครื่องราง ของขลังบนเว็บ รับสายเวลา 8.30-17.30 น. ทุกวัน

โทร089-8608818, 087-7399336, 087-8452061 คุณภัส และพนักงานร้านรับสาย

เบอร์ร้าน และ Fax  055428495 ที่อยู่ร้านวรันณ์ธร 23/4 ม.4 ต.คุ้งตะเภา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 53000

ร้านอยู่สายเอเซีย ถนน สายพิษณุโลก - อุตรดิตถ์ ทางหลวงหมายเลข 11 อยู่บริเวณ 3 แยกคุ้งตะเภา