หน้าแรก ศูนย์รวมวัตถุมงคลทั้งหมด คลิกที่นี่
เครื่องราง ของขลัง ร้านวรันณ์ธร จังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้ผลิต และจำหน่าย ปลีก-ส่ง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
โทร
087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061 คุณภัส และพนักงานในร้านรับสาย

     

ลดราคาวัตถุมงคล จัดในช่วงวันแม่แห่งชาติ ลดราคาวันนี้ถึง 5 กันยายน คลิกที่นี่

ประวัติพระพุทธเจ้า ชาติที่ 8 พระนารท

ประวัติพระพุทธเจ้า 10 ชาติ

ชาติที่ 8 พระนารท

เมื่อครั้งอดีตกาลนานมาแล้ว ครั้งนั้นนครมิถิลาถูกปกครองโดยพระเจ้าอังคติราช ผู้มีพระราชธิดาพระองค์เดียวคือ พระนางรุจา
     พระราชธิดารุจานั้นทรงมีรูปโฉมหมจดงดงามและตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรม พระนางทรงโปรดในการบำเพ็ญกุศลและบริจาคทานอยู่เป็นนิจ
     เมื่อถึงเทศกาลวันเพ็ญเดือน ๑๒ ในพระราชวังมีราชพิธีเฉลิมฉลองและมีมหรสพครึกครื้นทั่วพระนคร
     พระเจ้าอังคติราชเสด็จเลียบพระนครอย่างสำราญพระทัยพลางตรัสกับอำมาตย์อลาตะว่า
     “วันดีเช่นนี้ สมควรที่เราจะทำการใดจึงจะเหมาะสม”
     อลาตะอำมาตย์กราบทูลว่าควรเตรียมจัดทัพออกไปตีเอาเมืองน้อยใหญ่มาเป็นของมิถิลา
     ฝ่ายอำมาตย์สุนามะกราบทูลว่าควรจะพักผ่อนพระอิริยาบถให้เกษมสำราญกับนางสนมกำนัลที่จะรำฟ้อนถวายและคอยปรนนิบัตใกล้ชิดตลอดทิวาราตรีดีกว่าเป็นแน่
    ฝ่ายอำมาตย์วิชัยนั้นได้กราบทูลให้เสด็จไปสนทนาธรรมกับนักปราชญ์ราชบัณฑิตจึงเป็นการสมควร
     พระเจ้าอังคติราชพอพระทัยในข้อแนะนำนี้ จึงได้เสด็จไปยังสำนึกของคุณาชีวกะซึ่งเป็นนักพรตชีเปลือย
     พระราชาทรงตรัสถามเจ้าสำนักว่า
     “ผู้เป็นกษัตริย์ควรประพฤติเช่นใด เมื่อตายไปจะได้ไปสู่สุคติและผู้ที่ตกนรกนั้นเป็นผู้ที่ทำผิดบาปเช่นใดบ้าง”
     คุณาชีวกะมิสามารถรู้แจ้งในข้อนั้น จึงตอบไปตามแนวลัทธิของตนว่าในโลกนี้ ไม่มีบารมีมีบุญ การให้ทานเป็นการเสียของ การเคารพบิดา-มารดาก็ไร้ประโยชน์ ไม่มีนรกไม่มีสวรรค์ ชีวิตเป็นแค่ธาตุที่มารวมกัน และจะแยกสลายออกจากกันในวันหนึ่งเท่านั้น
     อำมาตย์อลาตะนั้นเคยระลึกชาติได้ จึงกล่าวสนับสนุนชีเปลือยว่า ตนเองชาติก่อนเคยฆ่าวัวเป็นจำนวนมาก ชาตินี้มิเห็นต้องรับกรรมอันใด กลับมาเกิดในตระกูลเสนาบดีและได้ดีมีสุขจนบัดนี้

ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว ในชาติก่อนอลาตะได้เคยบูชาพวงมาลัยดอกไม้แก่พระเจดีย์ครั้งหนึ่งจึงได้อานิสงส์ให้เกิดเป็นเสนาบดี ทั้งๆ ที่ชาติอื่นๆ ก็ได้รับกรรมบ้าง แต่ว่าตนสามารถระลึกชาติได้เพียงชาติเดียวเท่านั้นจึงคิดว่าทำบาปแล้วก็มิได้ตกนรกหมกไหม้
     ขณะนั้นชายหนุ่มผู้ยากจนนามว่าวิชกะ ได้นั่งฟังอยู่ด้วยก็ร้องไห้
     เมื่อพระเจ้าอังคติราชตรัสถาม วิชามานพก็ทูลว่าตนเคยระลึกชาติได้ว่าชาติปางก่อนตนเป็นเศรษฐีหมั่นทำบุญบริจาคทานมิได้ขาดแต่ไฉนชาตินี้ต้องเกิดมาตกต่ำยากเข็ญ จึงเห็นทีว่าบาป-บุญจะไม่มีจะไม่มีจริงดังคำของคุณาชีวกะเป็นแน่.
     แต่ความจริงแล้วนั้น วิชกะผู้นี้เคยเกิดเป็นคนเลี้ยงโคและทำกิริยาหยาบคายใส่พระภิกษุสงฆ์ จึงทำให้ผลกรรมตามมาในชาตินี้ ที่ต้องเกิดเป็นคนยากจน
     ซึ่งวิชกะรำลึกได้แต่ชาติที่เป็นเศรษฐี มิได้รำลึกย้อนไปถึงชาติก่อนหน้า นั้น
     ฝ่ายพระราชาอังคติราช เมื่อสดับฟังความทั้งหมดก็ให้หวั่นไหวคล้อยตาม และตรัสว่าพระองค์เองหลงผิดมานาน เคยตั้งอยู่ในคุณธรรมตลอดมา แต่ก็คงจะไม่มีประโยชน์อันใดอีก
     หลังจากวันนั้น พระเจ้าอังคติราชจึงทรงประพฤติองค์เปลี่ยนไปจากเดิม ทรงมัวเมาอยู่ในกามคุณ ไม่สนใจปกครองดูแลบ้านเมืองเลิกทำบุญบริจาคทาน หมกมุ่นแต่ในทรัพย์สมบัติและสุรานารีเป็นนิจ
     บรรดาชาวบ้านชาวเมืองต่างก็ได้รู้ว่าพระราชาเอาแต่ฝักใฝ่ในกามคุณ มิตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรมอีกต่อไปแล้ว
     พระราชธิดารุจานั้นเมื่อได้ทราบความเป็นไปก็วิตกทุกข์ร้อนยิ่งนัก ด้วยเป็นห่วงพระราชบิดาผู้หลงผิด
     ครั้นเมื่อถึงกำหนดที่จะต้องขึ้นไปเฝ้าพระราชบิดาบนพระตำหนัก พระราชบิดาก็ทูลขอเงิน ๑ พัน เพื่อไปทำบุญบริจาคทานเช่นที่เคยขอเสมอมา
     แต่บัดนี้พระราชบิดาทรงปฏิเสธโดยอ้างว่าการทำบุญบริจาคทานนั้นเป็นการไร้ประโยชน์ ควรจะนำเงินทองมาซื้อหาความสุขใส่ตนจะดีกว่า เพราะชีวิตคนเรานั้นไม่มีบารมีมีบุญอันใดมากำหนดทั้งสิ้น
     พระราชธิดาทรงเสียพระทัยนัก จึงทรงกราบทูลพระราชบิดาว่าเรื่องของบาปบุญนั้นน่าที่จะไปถามจากสมณะมิใช่ชีเปลือย
     ตัวพระนางเองนั้นก็เคยเป็นมเหสีของเทพบุตรในปางก่อนและได้เกิดมาเป็นธิดากษัตริย์ในชาตินี้ และการที่พระนางประกอบแต่กรรมดีในชาตินี้ก็จะเป็นผลให้ได้จุติเป็นเทพในชาติต่อไป
     พระราชาทรงปลาบปลื้มในถ้อยคำของพระราชธิดาแต่มิได้ละจากความมัวเมาในกิเลสตัณหา นับจากนั้นก็ยังทรงเอาแต่เสวยสุขและมัวเมาในอบายมุขเช่นเดิม
     พระราชบิดาจึงตั้งจิตอธิฐานต่อเทพยดาว่า
     “หากพระราชบิดายังมีบุญอยู่บ้าง ขอเทพยดาเมตตาส่งพราหมณ์ผู้มีคุณธรรมมาช่วยชี้ทางสว่างแก่พระราชบิดาด้วยเถิด”
     ด้วยแรงอธิฐานนั้น พระพรหมจึงจำแลงแปลงองค์เป็น “นารทมานพ” เหาะเหินลงมาจากสวรรค์ชั้นพรหมมายังพระราชวังในวันต่อมา
     ครั้นเมื่อพระเจ้าอังคติราชทรงทราบว่ามีผู้ที่เหาะได้ก็จึงเสด็จออกไปทอดพระเนตร แล้วตรัสถามมานพผู้งามสง่านั้นว่ามาจากที่ใดนารทมานพจึงทูลว่าตนมาจากสวรรค์
     พระเจ้าอังคติราชทรงค้านว่า สวรรค์ นรกนั้นไม่มีอยู่จริงนารทมานพจึงทูลว่า การที่ตนเหาะเหินได้ และมีเครื่องทรงเป็นเพชรเป็นแก้วเช่นนั้นก็เพราะเคยประกอบแต่กรรมดี หมั่นทำบุญบริจาคทานและรักษาศีลตลอดชีวิต
     “แต่ถ้าพระองค์ยังทรงประพฤติตนเช่นนี้ต่อไป พระองค์ต้องตกนรกหมกไหม้ ต้องทนทุกข์ทรมานนานหลายกัปหลายกัลป์ มิได้ไปจุติในสรวงสวรรค์ดังเช่นตัวข้าพเจ้านี้”
     นารทมานพได้อบรมสั่งสอนพระราชาให้ตั้งอยู่ในศีลในธรรมละเว้นกรรมชั่ว เลิกฝักใฝในกามคุณ ให้ดำรงตนอยู่ในสัมมาทิฐิ
     ครั้นแล้วนายมานพผู้สง่างามในเครื่องทรงราวกับเทวดาก็เหาะ-เหินขึ้นสวรรค์ไปต่อหน้าพระพักตร์ของพระราชา
     นับจากนั้นพระเจ้าอังคติราชจึงได้ทรงเลิกเสวยแต่ความสุขส่วนพระองค์ หันมาบำเพ็ญกุศลบริจาคทานแก่สมณชีพราหมณ์และราษฎรผู้ยากไร้ เป็นกษัตริย์ผู้ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม ปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขสงบสืบต่อไป

คลิกที่นี่ ดูสุดยอด เครื่องราง ของขลังทั้งหมด

ติดต่อบูชา เครื่องราง ของขลังบนเว็บ รับสายเวลา 8.30-17.30 น. ทุกวัน

โทร089-8608818, 087-7399336, 087-8452061 คุณภัส และพนักงานร้านรับสาย

เบอร์ร้าน และ Fax  055428495 ที่อยู่ร้านวรันณ์ธร 23/4 ม.4 ต.คุ้งตะเภา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 53000

ร้านอยู่สายเอเซีย ถนน สายพิษณุโลก - อุตรดิตถ์ ทางหลวงหมายเลข 11 อยู่บริเวณ 3 แยกคุ้งตะเภา