เครื่องราง ของขลัง หายาก กว่า 2000 รายการ
ร้านวรันณ์ธร จังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้สร้างวัตถุมงคล เครื่องราง ของขลัง ผลิต และจำหน่าย ส่ง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศทั่วโลก
โทร
087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061 คุณภัส และพนักงานในร้านรับสาย

โปรโมชั่นแจกหลวงปู่ทวดรุ่น9เหล็กไหล
บูชาวัตถุมงคล บนเว็บ Utdid.com  หรือหน้าร้านวรันณ์ธร ทุก 500 บาท รับหลวงปู่ทวดรุ่น 9 เหล็กไหล 1 องค์
ดูข้อมูลหลวงปู่ทวด รุ่น 9 เหล็กไหล คลิกที่นี่  บูชาวัตถุมงคล 5,000 พันบาท รับ 10 องค์ บูชา 10,000 หมื่นบาท รับ 20 องค์

สั่งวัตถุมงคลทุกอย่างบนเว็บ แถมชุดของขลังต่างๆ มากมาย ดูรายละเอียด คลิกที่นี่

วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง

 
 
 
 
วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง

 

ที่ตั้ง   ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

เส้นทาง  ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ไปตามทางหลวงหมายเลข 102 ประมาณ 3 กิโลเมตร จะมองเห็นวัดอยู่ทางด้านซ้าย การเดินทางสะดวกปลอดภัย วัดตั้งอยู่ในบริเวณชุมชน

ข้อมูลทั่วไป

         การขึ้นทะเบียนโบราณสถาน วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถานของชาติ

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอ นที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม 2478 การขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติหมายความว่า ต้องสงวนรักษาไว้อย่างดีที่สุด การก่อสร้งเพิ่มเติมใดๆ ต้องได้รับการอนุญาตจากทางการก่อน ปัจจุบันวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งอยู่ในความดูแลของสำนักศิลปกรที่ 6 สุโขทัย

สิ่งที่น่าสนใจ

1.พระบรมธาตุทุ่งยั้ง

เป็นพระบรมธาตุที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองทุ่งยั้งว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง เพราะเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ องค์พระธาตุนี้เป็นเจดีย์แบบลังกาหรือทรงกลม ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม 3 ชั้น ฐานล่างมีเจดีย์เล็กๆ เป็นบริวารทั้งสี่มุม    ฐานชั้นที่ 3 มีซุ้มคูหาทั้งสี่ด้าน สันนิษฐานว่าบูรณะขึ้นภายหลัง พระสถูปเจดีย์ดังกล่าว นี้แต่เดิมมียอดสูงสวยงามมาก แต่ได้หักลงเมื่อคราวเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2451 ต่อมาหลวงพ่อแก้วได้ร่วมกับชาวบ้านบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่

2.พระวิหาร

เป็นวิหารโถงขนาดใหญ่ หลังคาลาดคลุมลงต่ำคล้ายโครงสร้างสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัยภายในเคยมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่งดงามแต่ปัจจุบันลบเลือนไป เป็นเรื่องพุทธประวัติตอนมารผจญอยู่ที่ผนังด้านบนตอนล่าง เป็นภาพเล่าเรื่องสังข์ทอง

3.สระศิลาแลง

ตั้งอยู่ด้านข้างวัดทิศเหนือ ติดกับทางหลวงหมายเลข 102 ด้านหน้าตลาดทุ่งยั้ง ลักษณะเป็นสระรูปสี่เ หลี่ยม 2  สระ มีความกว้างและลึกพอสมควร ผนังสี่ด้านของสระเห็นเป็นศิลาแลงทั้งหมด มีเรื่องเล่ากันว่าในสระนั้นทั้ง 2 สระ มีถ้ำอยู่ สระละหนึ่งถ้ำ สระทางด้านตะวันตกมีความกว้างขวางและลึกมาก เล่าว่ามีความยาวไปทะลุออกเมืองระแหง(เมืองตากปัจจุบัน)

 ประวัติศาสตร์พระบรมธาตุทุ่งยั้ง

          วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์  ไม่ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าสร้างข้นเมื่อใด ชาวบ้านเรียก ชื่อวัด นี้ไปต่างๆกัน  คือวัดหน้าพระธาตุ วัดบรมธาตุ วัดทุ่งยั้ง วัดชัยบุรี วัดชัยปราการ วัดกัมโพชนคร วัดอุตรคามนคร สำหรับชื่อ “วัดกัมโพชนคร” เนื่องจากปรากฏหลักฐานการเรียกชื่อเมืองทุ่งยั้งในพงศวดารเหนือว่า “ กัมโพชนคร”ชาวบ้านแถบนั้นคงจะนำชื่อนี้มาเรียกวัดสำคัญประจำเมืองเดียวเช่นกันถึงแม้ว่าวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งจะไม่มีหลักฐานการสร้างที่ชัดเจน แต่ก็ได้มีตำนานการสร้างวัดเขียนขึ้นอย่างมากมาย ดังเช่นตำนานที่คัดลอกมาจากหนังสือที่พระสมุห์กอ ญาณวีโร รวบรวมไว้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2508 ความว่า  กิร ดังได้ยินมาว่า พระกุกกุสันโธ เสด็จอยู่ในภูเขาซอกนอกเมืองทุ่งยั้งพระพุทธเจ้าก็ทรงยกพระกัตถ์ลูบพระเศียรเกล้า พระเกศหล่นลงเส้นหนึ่งและพระองค์ก็ทรงยื่นให้พระอรหันต์ พระอรหันต์ก็ยื่นให้พระยาอโสกราชพระยอโสกราชก็บรรจุไว้ในถ้ำทุ่งยั้งนี้แล แล้วพระพุทธเจ้าก็พระพุทธฏีกาตรัสเทศนาพยากรณ์ทำนายไว้ในเบื้องหน้าว่า เมื่อตถาคตนิพพานล่วงลับไปแล้วถึงศาสนาโคดม ศาสนาพระพุทธกัสสปะ ศาสนาพระศรีอริยเมตไตย ก็จะมีกษัตริย์องค์หนึ่งนำเอาพระบรมธาตุมาบรรจุไว้ในสานที่นี้ทุกๆ พระองค์ในศาสนาของเรานี้พระศรีธรรมโศกราชเสด็จมายับยั้งเมืองทุ่งยั้ง พระองค์ให้ขุดแผ่นดินตรงถ้ำเมืองทุ่งยั้ง ลึกได้ 4 วา กว้าง10 วา 3 ศอก สี่เหลี่ยมจตุรัส จึงได้หล่ออ่างลูกหนึ่งสิ้นเงินทองหนึ่ง ได้ตักน้ำใส่เต็มแล้วจึงหล่อสิงโตตัวหนึ่งสิ้นเงินทองหนึ่งให้ยืนอยู่ในอ่างทองแล้วให้หล่อพานทองหนึ่งสิ้นเงินทองหนึ่งตั้งไว้เหนือสิงห์โตทองนั้น แล้วจึงหล่อรูปกพระนารายณ์องค์หนึ่งสิ้นเงินทองหนึ่งบ่ายหน้าไปทางทิศตะวันออก ชูไว้ซึ่งผอบแก้วผลึกแล้วตั้งไว้ เหนือพานทองคำนั้น แล้วพระยาศรีธรรมโศกราชและพระอรหันต์เจ้าทั้งหลายก็อาราธนาพระบรมอัฐิพระพุทธเจ้ามาบรรจุไว้ในผอบผลึกแก้วซึ่งมีรูปพระนารายณ์อยู่นั้นแล้วให้หล่อรูปปราสาทลิ้นทองหนึ่งแล้วพระอิศวรถือจักรตราวุธด้ววยทองคำประดิษฐานอยู่ในทิศตะวันออกแล้วจึงให้หล่อรูปวิรุฬหกถือพระขรรค์ทองคำอยู่ทักษิณรูปพระอศวรและท้าววิรุฬหกเป็นภาพยนต์พัดอยู่นิตย์กาล แล้วพระแลท้าวพระยาทั้งหลายก็สั่งภาพยนต์ว่า ดูกรยักษาและเทวบุตรอันอยู่พิทักษ์รักษาสถานที่นี้ท่านจงตั้งใจรักษาพระธาตุแห่งพระพุทธเจ้าถ้าเมื่อบุคคลใดปรารถนาจะทำอันตรายแก่พระธาตุนั้พอที่จะให้ตายก็ให้ตาย พอที่จะให้ฉิบหายก็ฉิบหาย เป็นอันตรายอย่าให้ต่อสู้ท่านได้เลย หากแต่บุคคลใดจะบำรุงรัษาพระธาตุในสถานที่นี้แลมานมัสการด้วยน้ำจิตเลื่อมใสศรัทธา ท่านทั้งปวง จงพิทักษ์รักษาคนหมู่นั้นอย่าให้เป็นอันตรายแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย ครั้นพระอรหันต์ท้าวพระยาสั่งดังนั้นแล้ว จึงโปรยข้าวตอกธูปเทียนกระทำสักการบูชาพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้าแล้วจึงถมด้วยอิฐเงินอิฐทองและศิลาแลงให้เสมอแผ่นดิน แล้วจึงปลูกไม้รังต้นหนึ่งอยู่ในสถานที่นั้น และพระศรีธรรมโศกราชจึงพาลี้พลกลับไปเมืองสังกะ โลกอันเป็นราชธานีแห่งพระองค์ ตถากาเลยังมีชายคนหนึ่งไปไถไร่ในเพลาเช้า

เมื่อไถไปแถบต้นรังที่พระสารีริกธาตุบรรจุไว้ในที่นั้นและชายซึ่งไถไร่ถั่วเห็นพระรัศมีมีพระสารีริกธาตุกระทำปฎิหารย์ ดังนั้นเห็นเป็นอัศจรรย์ก็กลับมาสู่เรือน แล้วนำความที่ตนเห็นไปบอกแก่บุรุษนายบ้านชื่อว่านายยอด นายยอดจึงพาคนที่ไถไร่ถั่วนั้นไปสู่สำนักพระมหาเถระเจ้ากาเลทัย ชายที่ไร่ถั่วนั้นก็บอกความโดยสัตย์อันตนได้ปนะสบมาแก่พระมหาเถระเจ้ามหากาเลทัยอถ โข  สำดับนั้นพระมหาเถระเจ้ากาเลทัย นายยอด และชายที่ไถไร่นั้น พร้อมด้วยมหาชนทั้งหลายก็ไปยังต้นไม้รังนั้น แล้วพระพระมหาเถระเจ้ากาเลทัย เจ้าพระผู้เป็นเจ้าก็พิจารณาด้วยญาณปัญญาก็รู้ว่า พระอรหันต์เจ้าทั้งหลายบรรจุพระบรมสารีริกธาตุแห่งพระพุทธเจ้าไว้ฐานที่นั้นจึงตั้งคำสัตย์อธิษฐานว่า ข้าแต่พระพุทธองค์ผู้ทรงพระกรุณาแก่สัตว์โลกครั้งนั้น ถ้าข้าพเจ้าจะได้ อุปถัมภ์ทำนุบำรุงยกย่องพระพุทธศาสนาได้แล้วก็ขอให้พระบรมสารีริกธาตุจงกระทำปฏิหาริย์ให้ปรากฏแก่ตาข้าพเจ้าในกาลบัดนี้ เมื่อพระมหาเถระเจ้ากาเลทัยตั้งความสัตย์อธิษฐานดังนั้นแล้ว พระบรทสารีริกธาตุแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้าก็กระทำปฏิหาริย์เสด็จออกมาเท่าลูกมะพร้าวแลลูกตาลรุ่งเรืองแล้วก็แตกออกไปประดุจถูกพลุทั่วทิศานุทิศทั้งปวง ฝ่ายมหาชนทั่วหลายมีพระมหาเถระเจ้ากาเลทัยเป็นประธาน ก็ชื่นชโสมนัสยินดีปรีดา ปราโมทย์พากันหมอบถวายมนัสการและสัการบูชาพระบรมสารีริกธาตุนั้นด้วยดอกไม้ของหอมธูปเทียนชวาลานาๆประการ แล้วก็ตัดต้นรังนั้นทิ้งเสีย ก็เป็นพระเจดีย์รวมลงไว้ในที่ต้นรังนั้นคือ พระมหาเจดีย์อันประเสริฐประดิษฐานไว้ในเมืองทุ่งยั้งนั้น อัชชัตนา ดังมีปรากฏอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้  นอกจากนี้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาสริศรานุวัติวงศ์ทรงสันนิษฐานว่า พระยาศรีธรรมโศกราชที่กล่าวถึงในตำนานข้างต้นเป็นผู้ครองเมืองสุโขทัย ได้เชิญพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาบรรจุไว้ในถ้ำใต้ดินโดยขุดลงไปเป็นถ้ำแล้วก่อพระธาตุไว้ พระยาศรีธรรมโศกราชนี้สันนิษฐานว่า คือ สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท กษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย

      สมัยอยุธยาตอนต้นถึงตอนกลางก็ยังไม่มีหลักฐานที่เป็นเอกสารกล่าวถึงวัดพระบบรมธาตุทุ่งยั้งโดยตรงจะมีก็เพียงพงศาวดารเหนือที่กล่าวถึงเพียงว่าในสมัยพระเจ้าติโลกราชกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนาทรงทำศึกกับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถกษัตริย์แห่งอาณาจักรอยุธยา โดยพระเจ้าติโลกราชทรงยกกองทัพจากเมืองเชียงใหม่และหัวเมืองใกล้เคียงมาตั้งมั่นที่เมืองทุ่งยั้งด้วยรี้พลถึงก้าหมื่นเศษ ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าพระเจ้าติโลกราชจะมาทำการบูรณะพระบรมธาตุทุ่งยั้งนี้หรือไม่

    สมัยอยุธยาตอนปลายในแผ่นดินของสมเด็จพระเจ้าบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา พ.ศ 2275-2301 ได้ทรงมาปฏิสังขรณ์วัดมหาธาตุทั้งที่เมืองพิษณุโลกและเมืองทุ่งยั้งโดยปรากฏความในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเป็นหมายรับส่งนัชสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศมีความโดยสังเขปว่า “ โปรดให้มีตราพระราชสีห์ให้เมืองลับแลเมืองทุ่งยั้งรื้อวิหารและกำแพงแล้วสร้างใหม่” มีการสมโภชใหญ่ 3 วัน 3 คืน ภายในวิหารประดิษฐานพระประธานที่ชาวบ้านรัยหว่าหลวงพ่อหลักเมืองหากในส่วนขององค์พระบรมธาตุนั้นมามีข้อความในพงศาวดารระบุว่าได้มีการปฏิสังขรณ์จึงไม่อาจสรุปได้ว่าองค์พระบรมธาตุจะได้รับการปฏิสังขรณ์เช่นเดียวกับวิหารและกำแพงหรือไม่

        สมัยกรุงธนบุรี ในพระราชพงศาวดารกรุง ธนบุรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ยกกองทัพไปปราบเมืองสวางคบุรี (เมืองฝาง) พระยาพิชัยราชาถือพล 5000 พระยายมราชถือพล 5000 สมเด็จพระเจ้าตากสิน 12000 เมื่อวันพุธ แรม 4 ค่ำ เดือน 8 จุลศักราช 1132 พ.ศ. 2313 ทรงพระกรุณาให้เย็บจีวรให้ได้1000ไตร บวชพระที่วัดมหาธาตุ 200 องค์ บวชพระที่สวรรค์โลก 200 องค์ แล้วให้ลงมาอาราธนารับพระสงฆ์ราชาคณะและอันอับ 50 รูป ณ กรุงธนบุรี ขึ้นไปบวชพระสงฆ์ไว้ทุกหัวเมืองแล้วพระราชทานพระราชาคณะไว้ให้อยู่สั่งสอนพระสงฆ์ฝ่ายเหนือ วันศุกร์แรม 10 ค่ำ เดือน 11 เสด็จพระราชดำเนินไปเมืองสวางคบุรี สมโภชพระธาตุ 3 วันแล้วให้บูรณปฏสังขรณ์พระอารามและพระธาตุให้บริบูรณ์ดังเก่า แล้วพระองค์จึงเสด็จพระราชดำเนินไปสมโภชพระ ณ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง 3 วัน แล้สเสด็จไปสมโภชพระธาตุเมืองสวรรคโลก

        สมัยรัตนโกสินทร์ พญา ตะก่าเป็นพ่อค้าไม้ชาวพม่ามีศรัทธาแรงกล้าขออนุญาตทำการบูรณะพระมหาธาตุเจดีย์ ได้นำฉัตรมาติดยอดพระบรมธาตุเจดีย์ทุ่งยั้งและสร้างเจดีย์องค์เล็กที่ฐานชั้นล่างทั้ง 4 มุม และสันนิษฐานว่าการซ่อมของพญาตะก่า ครั้งนี้คงจะซ่อมแระมาณเดือนเสร็จก่อนเดือนมีนาคม  พ.ศ. 2544 เนื่องจากปรากฏหลักฐานโดยสมเด็จดระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยาสริศรานุวัติวงศ์ ทรงบันทึกในพระบรมธาตุทุ่งยั้งเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2444 ไว้ส่วนหนึ่งดังนี้

        “หลังพระวิหารมีพระธาตุ สูงเห็นจะเกือบ 20 วา เป็นรูปเจดีย์พม่าใหม่อลองฉ่อง พระสีหสงครามว่า พระธาตุเดิมเล็ก นี่เขาทำบวกเข้าใหม่เมื่อสองเดือนนี้ ช่างพม่ารับจ้างทำอย่างพม่า พร้อมทั้งประตูกำแพงแก้วด้วยรูปร่างทำใหม่ก็ดีอยู่”และเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ 2451 ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้ยอดพระบรมธาตุเจดีย์หักพังลงมา ต่อมาหลวงพ่อแก้วสมภารวัดพระบรมธาตุใน ขณะนั้นได้เป็นกัวหน้าปฏิสังขรณ์ซ่อมเพิ่มเติมดังรูปที่ปรากฏในปัจจุบันการบูรณะพระบรมธาตุในสมัยรัตนโกสินทร์จากการวิเคราะห์จากพระนิพนธ์จดหมายระยะทางไปพิษณุโลกเกี่ยวกับวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2444 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ และสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ทรงกล่าวไว้ในหนังสือเที่ยวตามรางรถไฟเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2444 และหนังสือประสัติวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งของคุณนรินทร์ ประภัสสร สามารถสรุปได้ว่า ประมาณเดือนมีนาคม พ.ศ. 2444 มีการบูรณะอีกครั้งเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2451 โดยหลวงพ่อแก้วนั่นเอง


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

หมวดหมู่วัตถุมงคลต่างๆ
ใช้ด้านเสน่ห์ เมตตา เถาหลงเสน่ห์/ขุนแผน นางกวัก/น้ำมันหนุ่มหลงสาวหลง/
ใช้ด้านปาฎิหาริย์เปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น ไหลศักดิ์สิทธิ์ /ไหลดิบ/แก้วขนเหล็ก/แก้วโป่งข่าม/
กลุ่มเหล็กน้ำพี้ มีดปากกา/ดาบพระขรรค์ กริช(จิ๋ว)/ดาบพระขรรค์ในตะกรุด/ดาบเหล็กน้ำพี้/พระขรรค์/มีดหมอ/กริช/เหล็กน้ำพี้ตีดาบ/เหล็กจาร/เหล็กน้ำพี้หนัก1บาท 2บาท/แร่เหล็กน้ำพี้/
ของขลังธรรมชาติหายาก เหล็กไหล/ไม้พญางิ้วดำ/กะลามหาอุตม์/กะลา1ตา,3ตา/เพชรหน้าทั่ง/ข้าวตอกพระร่วง/ไม้เป็นหิน/หินสามกษัตริย์/ทรายเหล็ก/ปลวกเป็นหินเป็นเหล็ก
ตะกรุด ประคำ ตะกรุดทุกแบบ/ประคำลูกประคำ
พระพระพุทธเจ้า,พระประจำวันเกิด/พระแก้วมรกต3 ฤดู/พระพุทธชินราช/พระสีวลี/พระอุปคุต/พระมหาเศรษฐีนวโกฎิ/หลวงพ่อเพชร/หลวงพ่อเชียงแสน/พระไพรีพินาศ/พระอู่ทอง
หลวงปู่ หลวงปู่ทวด/หลวงปู่โต/หลวงพ่อเกษมเขมโก/ครูบาศรีวิชัย/หลวงพ่อเงิน/หลวงปู่แดง
พระเครื่อง ชุดเบญจภาคี /พระสมเด็จ/พระปิดตา/พระซุ้มกอ/พระเปิดโลก/พระสมเด็จนางพญา/พระรอด/พระมหาอุตม์
กษัตริย์,นักรบพระนเรศวร/พระเจ้าตากสิน/กษัตริย์เสด็จพ่อ ร.5/พระนางจามเทวี/พระยาพิชัยดาบหัก
วัตถุมงคลทั่วไป บาตรเงินบาตรทอง/สากเงินสากทอง/ไม้มงคลเก้าอย่าง/สาริกาลิ้นทอง
กำไลข้อมือ กำไลทุกแบบ
เทพ เทวดา พระวิษณุพระนารายณ์ /พระพิฆเนศ/พระแม่ลักษมี/นารายน์ทรงครุฑ/พรหมสี่หน้า/พระยาครุฑ/ท้าวเวสสุวรรณ/แม่ธรณีบีบมวยผม/พระราหู/พ่อปู่ฤาษีพ่อปู่ชีวก/หนุมานนิลพัท
เรียกทรัพย์ นางกวัก/ชูกชก/กุมารทอง/เงาะป่า/
วัตถุมงคลจีน เจ้าแม่กวนอิม/ฮกลก ซิ่ว/พระสังกัจจายน์ /เงินจีนเงินมงคล/เด็กชาย-หญิงหนุนเงิน+ทอง/
นักษัตร,สัตว์ให้คุณ 12นักษัตร/พญาไก่แก้ว/นกคุ้ม/เต่าและเต่ามังกร/จิ้งจก2 หาง/ต่อเงินต่อทอง/คางคก3ขา/
ป้าย แขวน ห้อยป้ายบ้านป้ายร้าน/ถุงมงคลของขลัง9อย่าง/น้ำเต้าเรียกทรัพย์ /พวงมาลัยแร่เหล็กน้ำพี้ /กระจกแปดทิศ  /สุ่มไซ ฆ้อง ดักเงินทอง /พวงกุญแจแร่เหล็กน้ำพี้

วัตถุมงคล กว่า 2,000 รายการ คลิกที่นี่

ติดต่อบูชา เครื่องราง ของขลังบนเว็บ รับสายเวลา 8.30-17.30 น. ทุกวัน
โทร
089-8608818, 087-7399336, 087-8452061 คุณภัส และพนักงานร้านรับสาย
เบอร์ร้าน-Fax055428495 ร้านวรันณ์ธร 282/17 ถ.อินใจมี ต.ท่าอิฐ   อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 53000
ร้านอยู่ 4 แยกไฟแดง ตรงข้าม หน้าโรงเรียนอุตรดิตถ์
แผนที่ร้านคลิกที่นี่

ข่าวหนังสือพิมพ์ หวยหุ้น หวย